<data xmlns:xsi="http://www.w3.org/2001/XMLSchema-instance">
<row _id="1"><no>398</no><date>2023-06-01T00:00:00</date><province>ชลบุรี</province><odpc>6</odpc><type_source>ไฟไหม้</type_source><type_cause>ไม่ทราบ</type_cause><place>โรงงาน</place><detail_source>วันที่ 6 มกราคม 2566 ทีม SAT สคร.6 ชลบุรี ได้รับแจ้งจาก กลุ่มโรคไม่ติดต่อ (งานโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม) พบเหตุการณ์ไฟไหม้ รายละเอียดดังนี้ วันที่ 6 มกราคม 2566 เวลา 08.00 น. ได้รับแจ้งเหตุจาก สสจ.ชลบุรี ว่า วันที่ 6 มกราคม 2566 เวลา 03.30 น.เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ รถจักรยานยนต์และขึ้นรูปพลาสติก ในพื้นที่ ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายอำเภอบางละมุงประสานขอรถดับเพลิงในพื้นที่ชลบุรีและกรุงเทพมหานครกว่า 20 คัน เข้าสกัดไฟตัวโรงงานมีทั้งหมด 5 โกดัง จุดเกิดเหตุอยู่ที่โกดังที่ 2 ซึ่งเป็นโกดังสำหรับพ่นสีชิ้นส่วนอะไหล่รถ ไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง จนทำให้ตัวโกดังถล่มและยุบลงมาทั้งหลัง มีกลุ่มควันสีดำคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ จากนั้นไฟก็ลุกลามไปยังโซนทิ้งขยะสารเคมีที่อยู่ด้านหลัง และอยู่ติดกับสถานีบริการน้ำมันของโรงงาน เจ้าหน้าที่ต้องเร่งสกัดไฟเพื่อไม่ให้ลามไปยังบริเวณดังกล่าว เพราะมีบ่อพักน้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 15,000 ลิตร ขณะที่คนงานหลายร้อยชีวิตต่างพาวิ่งหนีเอาตัวรอดออกมาได้อย่างอลหม่าน นายอำเภอบางละมุง ต้องสั่งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เร่งอพยพคนงานในหอพักพนักงาน ที่อยู่ในรัศมี 50 เมตร ให้ออกห่างจากตัวอาคารแล้ว และคาดการณ์ว่าความเสียหายครั้งนี้ประมาณ 100 ล้านบาท ปัจจุบัน ได้รับข้อมูลจาก สสจ. ชลบุรี ว่า เวลา 08.20 น. ควบคุมเพลิงได้ในวงจำกัด แต่ยังมีการลุกไหม้อยู่ มีการเฝ้าระวังต่อเนื่อง ไม่มีรายงานมีผู้บาดเจ็บ และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต การประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น เกิดเหตุเพลิงไม้อาจมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ควันดำหรือฝุ่น PM10 และ PM2.5 ถ้าสูดดมเข้าไป จะทำให้เกิดการระคาย เคืองระบบทางเดินหายใจ ปวดศีรษะ มึนงง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ และมึนเมา เหตการณ์ไม่เข้าเกณฑ์ DCIR (มีการตั้งศูนย์อพยพ/บาดเจ็บตั้งแต่ 10 ราย บาดเจ็บรุนแรง 5 เสียชีวิต 2 ราย)</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based DDC</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="2"><no>399</no><date>2023-01-17T00:00:00</date><province>สมุทรสงคราม</province><odpc>5</odpc><type_source>ไฟไหม้</type_source><type_cause>ดีเซล</type_cause><place>ท่าเรือ</place><detail_source>วันที่ 17 มกราคม 2566 กลุ่มพัฒนาระบบข้อมูลและตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ได้รับแจ้งจาก สคร.5 จังหวัดราชบุรี ว่าเมื่อเวลาประมาณ 09.20 น. เกิดเหตุไฟไหม้เรือบรรทุกน้ำมันกลางแม่น้ำแม่กลอง บริเวณใกล้เคียงวัดปากสมุทร ตำบลแหลมใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม จากการตรวจสอบข่าว พบว่า เรือที่เกิดเหตุชื่อ SMOOTH SEA 22 น้ำหนักเรือ ๒,๙๙๖ ตันกรอสส์ ใช้บรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีจุดวาบไฟต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส ขณะเกิดเหตุเรือลำดังกล่าวจอดซ่อมบำรุงอยู่ภายในอู่ต่อเรือ ภายในเรือ มีน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลคงค้างอยู่ คนงานอยู่บนเรือทั้งหมด 28 คน ทั้งนี้ ประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ในรัศมี 7 กิโลเมตร ได้รับแรงสั่นสะเทือนจากแรงระเบิด เป็นเหตุให้บ้านที่อยู่ใกล้เคียงได้รับความเสียหาย และเสียงระเบิดดังไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร ณ เวลา 15.00 น. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการเข้าระงับเหตุ ยังคงมีควันไฟลุกไหม้และปะทุบนเรืออย่างต่อเนื่อง ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงบนเรือได้ เหตุการณ์ในครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ผู้สูญหายอีก 6 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย (ช่างเชื่อมบนเรือ) นำส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ยังไม่มีรายงานการได้รับผลกระทบทางสุขภาพของประชาชนโดยรอบและยังไม่พบการรั่วไหลของน้ำมันลงแม่น้ำแม่กลองจากเหตุการณ์ดังกล่าว 
</detail_source><count_injured>4</count_injured><type_injurey>ช่างเชื่อม</type_injurey><count_dead>8</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based DDC</data_source><explode>ระเบิด</explode></row>
<row _id="3"><no>400</no><date>2023-01-22T00:00:00</date><province>ปราจีนบุรี</province><odpc>6</odpc><type_source>ไฟไหม้</type_source><type_cause>บ่อขยะ</type_cause><place>บ่อขยะ</place><detail_source>ไฟไหม้บ่อขยะ บริษัทเวสท์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด( บ่อฝังกลบขยะ /กากของเสียไม่อันตราย)
ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

พื้นที่เสี่ยงรับผลกระทบคือ ต.กรอกสมบูรณ์
ตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่มีผลกระทบ อปท.2 แห่งร่วมกันดับเพลิง และกลบทับพื้นที่เพลิงไหม้ด้วยดิน พร้อมอัดน้ำลงใต้บ่อขยะ เพลิงไหม้ลดลง และอยู่ในการควบคุมแล้ว

นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ สั่งการ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ ตรวจสอบและให้คำปรึกษาทางด้านวิชาการ</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>FB: กรมควบคุมมลพิษ</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="4"><no>401</no><date>2023-01-24T00:00:00</date><province>ปราจีนบุรี</province><odpc>6</odpc><type_source>อุบัติเหตุขนส่ง</type_source><type_cause>เอทานอล</type_cause><place>การจราจร/ขนส่ง</place><detail_source>เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. (24 ม.ค.66) เกิดอุบัติเหตุบนถนนสาย 304 ขาเข้า กรุงเทพฯ จากจังหวัดนครราชสีมา กม.​ 209+500 ช่วงเขาศาลโทน ม.8 บ้านวังใหม่ ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี​ จ.ปราจีนบุรี รถบรรทุกเอทานอล 32,000 ลิตร เสียหลักพลิกคว่ำเกิดการลุกไหม้​ มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย กู้ภัยนำส่ง รพ.นาดี 

22.40 น. ดต.วิวัฒน์ ปลูกสกุล เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงปราจีนบุรี รายงานจุดที่เกิดเหตุ ถนนสาย 304 ขาเข้า กรุงเทพฯ จากจังหวัดนครราชสีมา กม.​ 209+500 เลยเขาศาลโทน ประมาณ 500 เมตร เป็นรถบรรทุกเอทานอล 32,000 ลิตร เสียหลักพลิกคว่ำเกิดการลุกไหม้ ตั้งแต่เวลา 20.30 น. รถดับเพลิง 3 คัน ยังไม่สามารถควบคุมได้ ล่าสุดรถโฟม 1 คัน มาถึงจุดเกิดเหตุแล้วอยู่ระหว่างควบคุมเพลิง ที่เกิดเหตุมีคนเจ็บ 1 ราย นำส่ง รพ.แล้ว เบื้องต้นรถคันดังกล่าวน่าจะมาด้วยความเร็วแล้วเกิดเบรกไม่อยู่ ก่อนเสียหลักพลิกคว่ำจนเกิดเพลิงลุกไหม้ โดยขณะนี้ปิดการจราจรฝั่งที่จะมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ส่วนฝั่งมุ่งหน้าไปจังหวัดนครราชสีมา ยังผ่านได้ ฝากผู้ใช้ทางหากไม่จำเป็นโปรดหลีกเลี่ยงก่อน</detail_source><count_injured>1</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>website: สวพ.FM91</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="5"><no>402</no><date>2023-01-25T00:00:00</date><province>ปทุมธานี</province><odpc>4</odpc><type_source>ไฟไหม้</type_source><type_cause>แก๊ส</type_cause><place>โรงงาน</place><detail_source>รับแจ้งข่าวจาก PM โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม พบเหตุการณ์ก๊าซระเบิด ในบริษัทแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ที่ 13 ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลูกกา จังหวัดปทุมธานี จากการตรวจสอบข่าวพบว่าเป็นเหตุเพลิงไหม้สถานประกอบกิจการบรรจุแก๊ส จำหน่ายก๊าซในห้องแลบ และก๊าซพิเศษ รวมถึงเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับก๊าซครบวงจร (เจ้าของโรงงานให้ข้อมูลว่า มีการแบ่งบรรจุแก๊สจำนวน 4 ชนิด ได้แก่ CO2 O2 Ar และ N2) โดยมีกำลังเครื่องจักร 30 แรงม้า คนงานจำนวน 15 คน โดยเกิดเหตุในช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. ทั้งนี้ ขณะลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานี ได้เข้าควบคุมเพลิงจนสงบ โดยอาคารทั้งหมดได้ถูกไฟไหม้ ไม่สามารถประกอบกิจการต่อไป พบมีไนโตรเจน ค้าง 20 ถัง เทศบาลเมืองลาดสวาย ทีมกู้ชีพเร่งดำเนินฉีดน้ำป้องกันการระเบิด ขณะเกิดเหตุมีพนักงานอยู่ในเหตุการณ์ 8 ราย มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย ไฟลวกที่นิ้วมือ 1 ราย ไม่มีผู้บาดเจ็บรุนแรง และเสียชีวิต</detail_source><count_injured>1</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based DDC</data_source><explode>ระเบิด</explode></row>
<row _id="6"><no>403</no><date>2023-01-26T00:00:00</date><province>ระยอง</province><odpc>6</odpc><type_source>รั่วไหล</type_source><type_cause>Ammonia</type_cause><place>โรงงาน</place><detail_source>วันที่ 26 ม.ค.66 เวลา 13.30 น. เกิดเหตุสารแอมโมเนียที่ค้างท่อรั่วไหลส่งกลิ่นเหม็น จากโรงงานผลิตน้ำแข็งแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 2 ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ซึ่งหยุดกิจการไปตั้งแต่ปี 2564 เนื่องจากสถานการณ์โควิด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ อบต.บางบุตร, อบต.หนองบัว, อำเภอบ้านค่าย เข้าระงับเหตุจนเวลา 16.45 น. สามารถระงับเหตุปิดวาวล์ได้ แต่ยังมีกลิ่นแอมโมเนียออกสู่ชุมชนทำให้ประชาชนข้างเคียงในระยะประมาณ30เมตร มีอาการเหม็นกลิ่น แสบจมูก ระคายเคืองตา แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based Province</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="7"><no>404</no><date>2023-01-30T00:00:00</date><province>สมุทรปราการ</province><odpc>6</odpc><type_source>ไฟไหม้</type_source><type_cause>บ่อขยะ</type_cause><place>บ่อขยะ</place><detail_source>ไฟไหม้บ่อขยะแพรกษา จนท.ระดมกำลังฉีดน้ำดับ ล่าสุดคุมเพลิงได้แล้ว
เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่บ่อขยะของบริษัทพลังงานแห่งหนึ่งใน ต.แพรกษาใหม่ จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ระดมรถน้ำนับสิบคันฉีดน้ำหลายชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ 

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 30 ม.ค. 2566 ร.ต.ท.เพชรภูมิ เจี๊ยบนา รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางปู รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ บ่อขยะ ของบริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี พลัส จำกัด ตั้งอยู่ซอยขจรวิทย์ ต.แพรกษาใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสานขอรถดับเพลิงจากพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 10 คัน สนับสนุนฉีดน้ำสกัด 

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณด้านข้างโรงงาน เป็นจุดทิ้งขยะแห้ง ซึ่งถูกคัดทิ้งออกมาจากในส่วนที่เตรียมเข้าเตาเผาผลิตกระแสไฟฟ้า โดยเพลิงโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง สร้างหมอกควันและกลิ่นกระจายไปในอากาศ และลอยเข้าสู่ชุมชนใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระดมฉีดน้ำสกัด พร้อมกับใช้รถแบ็กโฮ 3 คัน เข้าไปตะกุยกองขยะเพื่อฉีดน้ำอัดไปใต้กองเพลิงไม่ให้เพลิงลุกลามไปมากกว่านี้ จนเวลาผ่านไปกว่า 2 ชม. จึงควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด
ต่อมา นายสมศักดิ์ แก้วเสนา นายอำเภอเมืองสมุทรปราการ เดินทางมาที่เกิดเหตุ พร้อมกับสรุปสถานการณ์ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้หมดแล้ว เหลือเพียงกลุ่มควันเพียงเล็กน้อย ส่วนขยะเบื้องต้นไม่ใช่กองขยะใหญ่ แต่เป็นขยะที่ถูกคัดทิ้งออกมาแล้ว และไม่ใช่ขยะที่เป็นสารพิษ อย่างไรก็ตาม หลังจากเพลิงสงบ จะได้ประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาค่ามลพิษทางอากาศว่าเกินค่ามาตรฐาน และอันตรายกับประชาชนหรือไม่ ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามาจากเหตุใด 

ด้านกระแสข่าวที่ออกมาว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนงานออกมาประท้วงไม่พอใจบริษัท ก่อนที่จะเกิดเหตุเพลิงไหม้นั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบเรื่อง ขอไปตรวจสอบก่อน</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>website:ไทยรัฐออนไลน์</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="8"><no>405</no><date>2023-08-02T00:00:00</date><province>เพชรบุรี</province><odpc>5</odpc><type_source>ไฟไหม้</type_source><type_cause>เมทิลเมทาคริเลต (MMA)</type_cause><place>โรงงาน</place><detail_source>เพชรบุรี - เกิดเหตุไฟไหม้อาคารเก็บสารเคมีชนิด MMA ซึ่งเป็นของเหลวไวไฟสูง สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก ในโรงงานไททัน อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที สามารถควบคุมเพลิงได้ ส่วนสาเหตุและความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบ 

ค่ำวันนี้ (8 ก.พ.) ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 เพชรบุรี ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ในโรงงานไททัน หมู่ 1 ตำบลหนองชุมพล อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ภายหลังจากที่ได้รับแจ้งเหตุ พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธิป เข่งคุ้ม ผกก.สภ.เขาย้อย ได้รีบไปตรวจสอบ พร้อมด้วย นายนฤนาท เมืองแสน นายอำเภอเขาย้อย และนายบุญเลิศ ยอดแก้ว นายก อบต.หนองชุมพลเหนือ พร้อมประสานรถดับเพลิงให้รีบไประงับเพลิง 

ในที่เกิดเหตุเพลิงไหม้เป็นอาคารหนึ่งในโรงงาน บ.ไททัน โพลีเทค จำกัด ม.1 อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เก็บสารเคมีชนิด MMA ซึ่งเป็นของเหลวไวไฟสูง ใช้ในกระบวนการผลิตสาร PMMA สำหรับใช้ในอุตสาหกรรม พลาสติก เรซิน กาว สี และอื่นๆ ต้องใช้รถดับเพลิงจำนวนหลายคันเพื่อระดมฉีดน้ำควบคุมเพลิง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ และต้องใช้รถดับเพลิงชนิดดับเพลิงโฟมเคมีเพื่อทำการดับเพลิงให้สงบและไม่เกิดการปะทุซ้ำขึ้นมาได้อีก 

ทั้งนี้ นายเกษม เกษมสุข ผู้จัดการฝ่ายผลิต ได้เปิดเผยกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี ว่า เพลิงได้ลุกไหม้ในขณะที่คนงานกำลังเปลี่ยนกะ และมีคนงานคนหนึ่งที่สูดดมควันแต่ไม่ได้รับอันตรายมาก และได้ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลเขาย้อยแล้ว นอกจากนั้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอื่นๆ สำหรับสาเหตุและค่าเสียหายต้องรอตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>website:ผู้จัดการออนไลน์</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="9"><no>406</no><date>2023-10-02T00:00:00</date><province>พระนครศรีอยุธยา</province><odpc>4</odpc><type_source>ระเบิด</type_source><type_cause>ดินประสิว</type_cause><place>โรงงาน</place><detail_source>ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ สคร.4 พบเหตุการณ์โรงงานผลิตชนวนระเบิด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เวลาประมาณ 12.00 น. วันที่ 10 ก.พ. 66 ประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยาตรวจสอบข่าวพบว่าเป็นเหตุสารเคมี (กรดดินปะสิว-เข้มข้น) ปะทุลุกไหม้ ในบริเวณกองโรงงานวัตถุระเบิด ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา เพลิงลุกไหม้อยู่ใกล้กับอาคารเก่า ซึ่งเป็นอาคารไม้สองชั้นเก็บชนวนระเบิดและสารเคมีประกอบการทำชนวน ที่เตรียมทำลาย ซึ่งพบว่าจุดที่เกิดเหตุลุกไหม้อยู่บริเวณหลุม ใกล้กับอาคารดังกล่าว ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที ควบคุมเพลิงได้ ไม่มีการลุกลามและไม่มีผู้บาดเจ็บ นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ลงพื้นที่ทันทีเมื่อได้รับการรายงานจาก ปภ. ว่าเกิดเหตุระเบิดยังไม่ทราบสาเหตุภายในกองโรงงานวัตถุระเบิด กรมสรรพาวุธทหารบก ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าสถานการณ์ปัจจุบันเพลิงสงบ สามารถควบคุมไว้ได้แล้ว ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และได้สั่งการให้กำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เกิดเหตุ ประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่และที่อาศัยอยู่ในระยะ 500 เมตร เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกตกใจ ว่าเป็นเพียงสารเคมีที่ระเบิด ไม่ใช่วัตถุระเบิดแต่อย่างใด และได้ประสานโรงพยาบาลในพื้นที่ให้เตรียมความพร้อมหากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลง</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based DDC</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="10"><no>407</no><date>2023-02-13T00:00:00</date><province>สระบุรี</province><odpc>4</odpc><type_source>ลักลอบทิ้ง</type_source><type_cause>สารเคมี</type_cause><place>ชุมชน</place><detail_source>คนขับ-เจ้าของรถบรรทุก สารภาพ รับจ้างนำสารเคมีจากอำเภอภาชี ไปทิ้งนิคมอุตสาหกรรมแก่งคอย 

นายพิทยา ปราโมทย์วรพันธุ์ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (ศปก.พล.) เปิดเผยว่า จากกรณีประชาชนในพื้นที่ตำบลสองคอน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ร้องเรียนว่ามีรถบรรทุกลักลอบนำสารเคมีมาทิ้งในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมแก่งคอย ในช่วงวันที่ 8 – 9 กุมภาพันธ์ 2566 โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบจนสามารถตรวจยึดรถบรรทุกสารเคมี ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 84-0744 พระนครศรีอยุธยา พร้อมควบคุมตัวผู้ขับขี่และผู้โดยสารส่งสถานีตำรวจภูธรอำเภอแก่งคอย เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 ขณะขับขี่เข้ามาในพื้นที่เกิดเหตุ และเมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังพบรถคันดังกล่าววิ่งเข้า-ออกพื้นที่ลักลอบทิ้ง 

นายพิทยา กล่าวว่า ศปก.พล.ได้ลงพื้นที่อีกครั้ง เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 พบกากของเสียจากรถบรรทุกและบริเวณพื้นที่ลักลอบทิ้งในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมแก่งคอย มีลักษณะและคุณสมบัติที่สอดคล้องกัน เป็นของเหลวสีเขียวใส ผลวิเคราะห์ตัวอย่างกากของเสียจากรถบรรทุกและบริเวณพื้นที่ลักลอบทิ้งมีค่า pH เท่ากับ 0.1 และ 1.72 ตามลำดับ เป็นกรดรุนแรง เป็นของเสียอันตราย ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกำจัดสิ่งปฏิกูลที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2584 และยังเข้าข่ายเป็นของเสียเคมีวัตถุ (Chemical Waste) ประเภทที่ 3 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556 

จากเหตุการณ์ดังกล่าว พบความเชื่อมโยงของรถบรรทุกกับบริษัทรับกำจัดของเสียแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2566 มีรถกระบะคันหนึ่งเข้ามาจอดเทียบรถบรรทุกที่ถูกตรวจยึดเป็นของกลาง ณ องค์การบริหารส่วนตำบลสองคอน พฤติการณ์มีลักษณะกำลังขนย้ายกากของเสียออกจากรถบรรทุกที่ถูกตรวจยึดไว้ ผลตรวจสอบทะเบียนรถยนต์กระบะ พบชื่อผู้ครอบครองคือ บริษัท เอกอุทัย จำกัด และยังมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ลักลอบทิ้งกากของเสียภายในโกดัง ตำบลภาชี อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2566 โดยตรวจพบของเสียอันตรายชนิดเหลวมีสีเขียวใส มีค่า pH เท่ากับ 1 ถูกทิ้งในบ่อน้ำและลำรางด้านหน้าโกดังจำนวนมาก ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับที่ตรวจพบจากรถบรรทุกที่ถูกตรวจยึดและบริเวณพื้นที่ลักลอบทิ้งกากของเสียในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมแก่งคอย โดยคนขับรถและเจ้าของรถบรรทุกสารภาพว่านำสารเคมีมาจากโกดังที่อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และได้รับการว่าจ้างจากชายคนหนึ่งที่แสดงตัวว่าเป็นผู้จัดการบริษัท เอกอุทัย จำกัด อีกด้วย 

ขณะนี้ สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมแก่งคอยได้แจ้งความดำเนินคดีและเรียกร้องค่าเสียหายกับผู้กระทำความผิดแล้ว โดยในส่วนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี อยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์ลักษณะและสมบัติกากของเสียเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้กระทำความผิดต่อไป ทั้งนี้ พบเห็นการลักลอบทิ้งสารเคมี โทรแจ้งได้ที่ สายด่วน 1650 นายพิทยา กล่าว 

#ข่าวกรมควบคุมมลพิษ #กรมควบคุมมลพิษ #นิคมแก่งคอย #ลักลอบทิ้ง #ทิ้งสารเคมี #ของเสียอันตราย #สารอันตราย #นิคมอุตสาหกรรม</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>FB: กรมควบคุมมลพิษ</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="11"><no>408</no><date>2023-02-21T00:00:00</date><province>กรุงเทพมหานคร</province><odpc>13</odpc><type_source>อุบัติเหตุขนส่ง</type_source><type_cause>LPG</type_cause><place>การจราจร/ขนส่ง</place><detail_source>"รถบรรทุกแก๊ส" พลิกคว่ำบนมอเตอร์เวย์ ถังแก๊สกระจายเกลื่อนถนน "รถบรรทุกแก๊ส" พลิกคว่ำบนมอเตอร์เวย์ ถังแก๊สกระจายเกลื่อนถนน คนขับโดนไฟลวกบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ ตำรวจสันนิษฐาน คาดสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากอุบัติเหตุยางรถหลังซ้ายระเบิด ทำรถพลิกคว่ำ 

เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 21 ก.พ. 2566 พ.ต.ต.หญิงนรรศมณญ์ เจริญยิ่ง สว. (สอบสวน) สน.ตำรวจทางหลวง 1 กก.8 บก.ทล. รับแจ้งอุบัติเหตุมีรถบรรทุกแก๊สหุงต้มพลิกคว่ำแก๊สระเบิดไฟลุกไหม้มีผู้บาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนมอเตอร์เวย์ (ทล.7) ขาเข้า มุ่งหน้ากรุงเทพ กม.6+000 แขวงและเขตประเวศ กทม. รุดไปตรวจสอบพร้อมรถน้ำ 3 คัน ของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยประเวศ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู 

ทั้งนี้ บริเวณที่เกิดเหตุอยู่บริเวณตรงข้ามทางออกถนนอ่อนนุช-บางนา พบรถบรรทุก 4 ล้อเล็ก ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นเอ็นพีอาร์ 130 สีขาว ทะเบียน บท 7199 สมุทรปราการ พลิกตะแคงขวา เพลิงลุกไหม้ ส่วนถังแก๊สหุงต้มขนาดบรรจุ 15 กิโลกรัม จำนวน 127 ถัง กระเด็นกระจายเกลื่อนพื้นถนน มีเสียงระเบิดของถังแก๊สเป็นระยะและเปลวไฟลุกไหม้ที่ถังแก๊สและรถบรรทุกไฟพวยพุ่งสูงกว่า 5 เมตร ส่วนคนขับเป็นชายยังไม่ทราบชื่อ หนีออกมาจากตัวรถมีแผลโดนไฟลวกทั้งตัว เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่ง รพ.สิรินธร เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำประมาณ 10 นาทีไฟดับ ขณะเดียวกันรถประชาชนที่ใช้ถนนมอเตอร์เวย์ต่างพากันกลับรถย้อนศรหนีเพื่อความปลอดภัย ทำให้การจราจรติดขัดทั้งขาเข้าและขาออก จากนั้นเจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงเคลื่อนย้ายรถ และถังแก๊สออกจากที่เกิดเหตุไปเก็บที่ สน.ตำรวจทางหลวง 1 กก.8 บก.ทล. ย่านลาดกระบัง เพื่อเปิดเส้นทางการจราจร 

ทางด้าน พ.ต.ท.พงศ์ศรัณย์ วังพลับ รอง ผกก. (สอบสวน) สทล.1 กก.8 บก.ทล. เผยว่า จากรายงานเบื้องต้นทราบว่า รถคันดังกล่าวขับมาคนเดียว มาบนทางหลวง 7 ขาเข้า มุ่งหน้ากรุงเทพฯ ในช่องทางด้านขวาสุดด้วยความเร็ว ก่อนจะเสียหลักพลิกคว่ำ ไม่มีคู่กรณี จนทำให้แก๊สหุงต้มระเบิด ส่งผลให้คนขับรถคันดังกล่าวได้รับบาดเจ็บถูกไฟลวกทั้งตัว เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลสิรินธร ส่วนรถคันเกิดเหตุได้นำมาเก็บไว้ที่ กก.8 บก.ทล. และการจราจรขณะนี้คลี่คลายแล้ว พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรอสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม รถบรรทุกแก๊สดังกล่าวใช้เชื้อเพลิงชนิดน้ำมันดีเซล เบื้องต้นสันนิษฐานคาดว่าสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากอุบัติเหตุยางรถหลังซ้ายระเบิดทำให้รถพลิกคว่ำ ถังแก๊สรั่วไหล เกิดการจุดติด และลุกลามตัวรถบรรทุกระเบิดมีไฟไหม้ ทำให้คนขับได้รับบาดเจ็บ.</detail_source><count_injured>1</count_injured><type_injurey>คนขับรถ</type_injurey><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>website:ไทยรัฐออนไลน์</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="12"><no>409</no><date>2023-02-23T00:00:00</date><province>ปราจีนบุรี</province><odpc>6</odpc><type_source>สูญหาย</type_source><type_cause>ซีเซียม-137</type_cause><place>โรงไฟฟ้า</place><detail_source>ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วย สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ตรวจสอบกรณีวัสดุบรรจุกัมมันตรังสี “ซีเซียม-137” เป็นอุปกรณ์วัดระดับขี้เถ้าในโซโล ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ความยาว 8 นิ้ว หนัก 25 กิโลกรัม หายไปจากบริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์แพลนท์ 5 เอ จำกัด ในนิคมอุตสาหกรรม 304 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี โดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติได้ตรวจเช็กอย่างละเอียด และยืนยันว่า สารที่พบในโรงหลอมเหล็กที่ อ.กบินทร์บุรี เป็นวัสดุกัมมันตรังสี ซีเซียม-137 สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจวัดรังสี ในอุตสาหกรรมโรงหลอมโลหะจากเศษเหล็กที่เลิกใช้แล้ว ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 5 แห่ง วันที่ 17 มีนาคม เวลา 14.30-16.00 น.ได้แก่ บริษัท หยงซิง สตีล (ไทยแลนด์) จำกัด 139 หมู่ที่ 13 ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ วันที่ 19 มีนาคม เวลา 09.30-18.30 น. ได้แก่ 2.1 บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) เลขที่518/1 หมู่ที่ 9 ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี 2.2 บริษัท เค ที พี สตีล จำกัด เลขที่ 111 หมู่ที่ 6 ต.หาดนางแก้ว อ.กบินทร์บุรี 2.3 บริษัท ที เอส บี เหล็กกล้า จำกัด เลขที่ 502 หมู่ที่ 9 ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ 2.4 บริษัท สิงห์ไทย สตีล จำกัด เลขที่ 122 หมู่ที่ 11 ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ไอโซโทปรังสี ในการตรวจสอบ เพื่อใช้สำรวจปริมาณรังสี และวิเคราะห์ชนิดของสารกัมมันตรังสีจากวัตถุต้องสงสัย ผลการตรวจสอบพบว่ามีโรงงานแห่งหนึ่ง มีการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ในฝุ่นโลหะที่ได้จากผลิตโลหะ</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based DDC</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="13"><no>410</no><date>2023-02-03T00:00:00</date><province>ชลบุรี</province><odpc>6</odpc><type_source>ระเบิด</type_source><type_cause>แก๊ส</type_cause><place>โรงงาน</place><detail_source>ระทึก โรงงานขนมชื่อดัง แก๊สระเบิด 650 ชีวิต วิ่งหนีตายอลหม่าน ไฟคลอกสาหัส 2 เจ็บ 2 พนักงานเล่านาทีเกิดเหตุ กำลังผัดไส้ขนม

เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 2 มี.ค. 2566 พ.ต.อ.ชัยรัชช์กิตติ์ ชัยปฏิวัติ ผกก.สภ.พานทอง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุแก๊สระเบิด มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ภายในบริษัทผลิตขนม เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด มหาชน เลขที่ 700/836 หมู่ 6 ต.หนองตำลึง อ.พานทอง จ.ชลบุรี ที่เกิดเหตุพบพนักงานกำลังชุลมุนวุ่นวายวิ่งหนีเอาชีวิตรอดออกมาจากโรงงาน พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย ได้แก่ น.ส.กิติยา ถาบุญเรือง อายุ 24 ปี ถูกไฟคลอกเป็นแผลพุพองทั้งตัวกว่า 80% น.ส.จันรี อายุ 30 ปี ชาวกัมพูชา ถูกไฟคลอกมีแผลทั้งตัว อาการสาหัส นางสอม อายุ 40 ปี ชาวกัมพูชา ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และนายบุญจันทร์ บารมี อายุ 18 ปี ชาวลาว ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย กู้ภัยเร่งปฐมพยาบาล ก่อนนำทั้งหมดส่งโรงพยาบาลพานทองทันที จากการตรวจสอบพบว่าโรงงานดังกล่าวมีพนักงานทั้งหมด 650 คน สอบถามพนักงานที่อยู่ในเหตุการณ์ กล่าวว่า จุดที่เกิดเหตุเป็นเตาแก๊สที่เอาไว้ผัดไส้ขนมยี่ห้อดัง ขณะกำลังผัดไส้ขนมอยู่ แก๊สก็ระเบิดทันที ขณะที่ จป.ของโรงงานไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองเข้าไปในที่เกิดเหตุ โดยชี้แจงว่าสาเหตุมาจากแก๊สระเบิดเท่านั้นและไม่มีไฟไหม้ แต่มีกลุ่มควันบริเวณที่เกิดเหตุ และกั้นพื้นที่ไว้แล้ว ไม่ให้ใครเข้าใกล้เด็ดขาด ตำรวจจะสอบสวนคนเจ็บอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป</detail_source><count_injured>4</count_injured><type_injurey>พนักงาน</type_injurey><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>website:Khaosod Online</data_source><explode>ระเบิด</explode></row>
<row _id="14"><no>411</no><date>2023-05-03T00:00:00</date><province>ลพบุรี</province><odpc>4</odpc><type_source>ไฟไหม้</type_source><type_cause>บ่อขยะ</type_cause><place>บ่อขยะ</place><detail_source>วันที่ 5 มีนาคม 2566 เวลาประมาณ 17.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้สถานที่กำจัดขยะของ ทต.ท่าวุ้ง ตั้งอยู่ที่ หมู่ 5 ตำบลท่าวุ้ง อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ขนาดพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ประมาณ 25 ไร่ ทาง ทต.ท่าวุ้งได้ขอสนับสนุนรถดับเพลิงจาก อบต.บางคู้ อบต.หัวสำโรง อบต.บ้านเบิก อบต.ท่าโขลง อบต.บางงา อบต.โคกสลุด อบต.โคกลำพาน อบต.โพตลาดแก้ว ปภ.จ.ลพบุรี อบต.ท่าวุ้ง ทต.ท่าวุ้ง ทต.ป่าตาล อบต.ท่าแค อบต.มุจลินท์ ทต.ถนนใหญ่ มทบ.13 เพื่อเข้าควบคุมเพลิง 2. วันที่ 8 มีนาคม 2566 เวลา 10.30 น. สคพ.7 และ ทสจ.ลพบุรี ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพบว่า สามารถควบคุมเพลิงไหม้ให้อยู่ในวงจำกัดแล้วแต่ยังมีความร้อนสะสมภายใต้กองขยะค่อนข้างมาก ซึ่งทต.ท่าวุ้งได้.ใช้รถแบคโฮ 2 คัน ในการเกลี่ยขยะและใช้รถดับเพลิงฉีดอัดน้ำไปในบริเวณที่คุกรุ่นของไฟ ซึ่งเมื่อเวลา 12.00 น. ควบคุมสถานการณ์ได้ร้อยละ 50 โดยสภาพพื้นที่ขณะตรวจสอบพบว่ามีกลุ่มควันค่อนข้างมาก ไม่พบน้ำจากการดับเพลิงไหลออกนอกพื้นที่บ่อขยะ 3. สคพ.7 ดำเนินการตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในบ่อขยะ จำนวน 2 จุด ด้วยเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศขนาดพกพาพบว่า CO มีค่าอยู่ระหว่าง 3-46 ppm VOCs มีค่าอยู่ระหว่าง 0-8 ppm SO2 มีค่าอยู่ระหว่าง 0-0.2 ppm และ PM2.5 มีค่าอยู่ระหว่าง 936-4,586 มคก./ลบ.ม. ซึ่งคุณภาพอากาศในบ่อขยะมีค่าอยู่ในเกณฑ์ค่าขีดจำกัดการรับสัมผัสสารเคมีทางการหายใจแบบเฉียบพลัน ระดับที่ 1 ซึ่งไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนรอบบริเวณบ่อขยะ เนื่องจาก รอบบ่อขยะเป้นบริเวณทุ่งนา ไม่มีบ้านเรือนประชาชนอยู่ใกล้เคียง แต่เนื่องจากค่า PM 2.5 ภายในพื้นที่เกิดเหตุ มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศ จึงแนะนำให้ ทต.ท่าวุ้ง นำหน้ากาก N95 จนท.ตอบโต้เหตุ สวมใส่ เพื่อป้องกันตนเองในระหว่างการดับเพลิง 4.วันที่ 9 มีนาคม 2566 เวลา 11.30น. เทศบาลตำบลท่าวุ้งและหน่วยงานต่างๆ เข้าควบคุมควันขาวขึ้นอยู่เล็กน้อยในพื้นที่ส่วนกลาง และพื้นที่โดยรอบ และในเวลา 15.10น. ปภ.จังหวัดใช้กล้องความร้อนเข้าเช็ควัดอุณหภูมิที่บริเวณเกิดเหตุ ซึ่งพบกลุ่มควันมีเพียงเล็กน้อย หน่วยงานที่มาช่วยปฎิบัติ จึงขอถอนกำลังออกบางส่วน 5.วันที่ 12 มีนาคม เหตุการ์กลับสู่ภาวะปกติ</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based Province</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="15"><no>412</no><date>2023-06-03T00:00:00</date><province>สระแก้ว</province><odpc>6</odpc><type_source>ไฟไหม้</type_source><type_cause>บ่อขยะ</type_cause><place>บ่อขยะ</place><detail_source>วันที่ 7 มีนาคม 2566 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว โดยกลุ่มงานอนัมยสิ่งแวดล้อม และอาชีวอนามัย ลงพื้นที่ไฟไหม้ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยเทศบาลเมืองสระแก้ว ตำบลหนองบอน อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว ซึ่งสาเหตุไฟไหม้เนื่องจากมีการจุดไฟเผาไร่อ้อยด้านข้างบ่อขยะแล้วเกิดลุกลามมาในบริเวณบ่อขยะ ขณะนี้ยังคงมีการประทุของไฟขึ้นมาเป็นระยะๆ ค่า PM 2.5 บริเวณบ่อขยะ เท่ากับ 95-100 µg./m3 มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based Province</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="16"><no>413</no><date>2023-08-03T00:00:00</date><province>สงขลา</province><odpc>12</odpc><type_source>รั่วไหล</type_source><type_cause>น้ำมันไม่ทราบชนิด</type_cause><place>แหล่งน้ำ</place><detail_source>วันที่ 13 มีนาคม 2566 ทีมตระหนักรู้สถานการณ์ (SAT) กรมควบคุมโรค ได้รับแจ้งจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2566 พบเหตุการณ์คราบน้ำมันรั่วไหลลงทะเล จากเรือขนถ่ายน้ำมันที่นำน้ำมันไปส่งยังคลังน้ำมันของบริษัทแห่งหนึ่ง ใน อ.สิงหนคร ส่งผลกระทบต่อผู้ที่ประกอบอาชีพประมง ปลาเน่าตาย ส่งผลให้น้ำมีกลิ่นเหม็น ประมาณ 10 หลังคาเรือน อีกทั้งประชาชนมีอาการคันตามมือและเท้า จำนวน 39 ราย</detail_source><count_injured>39</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based DDC</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="17"><no>414</no><date>2023-12-03T00:00:00</date><province>กาฬสินธุ์</province><odpc>7</odpc><type_source>ไฟไหม้</type_source><type_cause>บ่อขยะ</type_cause><place>บ่อขยะ</place><detail_source>รายงานสถานการณ์ไฟไหม้บ่อขยะ ประจำวันที่ 15 มีนาคม 2566 จากเหตุการณ์ไฟไหม้บ่อขยะพื้นที่จำนวน 10 ไร่ ในเขตพื้นที่ทั้งหมด 30 ไร่ ซึ่งมีจำนวน 4 อปท. ได้นำขยะมาทิ้ง ณ จุดนี้ ได้แก่ เทศบาลตำบลโนนบุรี เทศบาลตำบลนิคม เทศบาลตำบลโนนศิลา และเทศบาลตำบลนามะเขือ ผลการวัดข้อมูลค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง วันที่ 15 มีนาคม 2566 วัดโดยเครื่อง Dustboy ณ จุดวัดสำนักงานสาธารณสุขอำเภอสหัสขันธ์ เท่ากับ 49 µg/m³ อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศปานกลาง ในวันนี้สามารถควบคุมเปลวไฟไว้ได้แล้ว แต่ยังคงมีการระอุของความร้อนทำให้เกิดควันขึ้นมาจากบ่อขยะ ส่งผลทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นควัน และกลิ่นจากสารพิษ จากจุดศูนย์กลางบ่อขยะระยะ 3-5 กิโลเมตรโดยรอบ กระทบไปยัง 6 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 1, 4, 9 ตำบลสหัสขันธ์ หมู่ 1, 3, 4 ตำบลโนนน้ำเกลี้ยง ในคืนวันที่ 14 มีนาคม 2566 ได้รับรายงานจากผู้นำหมู่บ้าน มีกลิ่นเหม็น และกลุ่มควันปกคลุมในหมู่บ้านและบริเวณใกล้เคียง ทางผู้นำได้ประสานนายกเทศมนตรี ปลัดอำเภอที่ดูแลพื้นที่ และได้เตรียมแผนอพยพเมื่อมีเหตุสมควร ช่วงเช้า วันที่ 15 มีนาคม 2566 เวลา 08.00 น. กลุ่มควันเริ่มเบาบางลงมาก ทางด้านผู้ป่วยติดเตียงที่กลับจากการรักษาตัวที่ รพ.แจ้งความประสงค์อยากกลับไปรักษาที่ รพ.เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากการสูดดมฝุ่นควัน และกลิ่นจากสารพิษ จากการเฝ้าระวังผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากกรณีไฟไหม้บ่อขยะบริเวณพื้นที่ตำบลโนนน้ำเกลี้ยง ระหว่างวันที่ 13 มีนาคม 2566 - 15 มีนาคม 2566 ดังนี้ ในวันที่ 14 มีนาคม 2566 พบผู้ป่วย จำนวน 1 ราย เป็นเพศหญิง อายุ 77 ปี ภูมิลำเนา ม.3 ต.โนนบุรี ผู้ป่วยพักอาศัยที่เถียงนา อยู่ในรัศมีจุดทิ้งขยะ ประมาณ 1 กิโลเมตร จึงได้รับกลิ่นควันจากไฟไหม้บ่อขยะ ระยะเวลารับสัมผัสควันไฟ ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 12 – 14 มีนาคม 2566 ระยะเวลาที่ได้รับสัมผัสควันไฟโดยเฉลี่ย 24 ชั่วโมง/วัน มาด้วยอาการ ไอ มีน้ำมูก เจ็บหน้าอก คันตามร่างกาย ปวดศีรษะ เป็นมา 1 วัน เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสหัสขันธ์ แพทย์ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว ถ้าอาการรุนแรงขึ้นให้ติดต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือไปโรงพยาบาลทันที</detail_source><count_injured>9</count_injured><type_injurey>ชาวบ้าน</type_injurey><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based Province</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="18"><no>415</no><date>2023-03-15T00:00:00</date><province>สมุทรปราการ</province><odpc>6</odpc><type_source>รั่วไหล</type_source><type_cause>LPG</type_cause><place>โรงงาน</place><detail_source>หวิดซ้ำรอย โรงงานบรรจุแก๊ส แอลพีจี รั่วไหล จากรถบรรทุก
หวิดซ้ำรอย โรงงานบรรจุก๊าชระเบิด ย่านอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเทศบาลตำบลบางเสาธง ได้รับแจ้งจากโรงงานบรรจุก๊าช แอลพีจี แห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอย ไทยประกัน 1/11 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ว่ามีก๊าช แอลพีจี รั่วไหล ออกจากรถบรรทุกก๊าช 18 ล้อ ซึ่ง รถคันดังกล่าวบรรจุก๊าชมา ประมาณ 15,000 กิโลกรัม หรือ 15 ตัน เพื่อมาถ่ายลงถังที่โรงงานบรรจุในซอยดังกล่าว หลังรับแจ้งจึงประสานของรถดับเพลิงจากเทศบาลข้างเคียง เข้าร่วมสนับสนุนในจุดเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันระดมกันฉีดน้ำเข้าที่ บริเวณวาลล์ที่อยู่บริเวณบนถังก๊าซ ซึ่งเป็นจุดรั่วไหลของก๊าช แอลพีจี ได้พวยพุ่งออกมา ก่อนที่จะให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการปิดวาลล์ดังกล่าว แต่ เจ้าหน้าที่ต้องฉีดน้ำหล่อเลี้ยงบริเวณดังกล่าวให้ก๊าซทั้งหมดเจือจางอีกกว่า 2 ชั่วโมง โดยที่ได้ประชาสัมพันธ์ประชาชนรอบข้างให้งดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประกายไฟในขณะที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ กว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ต้องให้เวลากว่า 2 ชั่วโมง เหตุการณ์จึงเข้าสู่สภาวะปกติ โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา เวลา 11.30 น วันที่ 15 มีนาคม 2566</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>FB :Fire &amp; Rescue Thailand</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="19"><no>416</no><date>2023-03-20T00:00:00</date><province>ตราด</province><odpc>6</odpc><type_source>อุบัติเหตุขนส่ง</type_source><type_cause>LPG</type_cause><place>การจราจร/ขนส่ง</place><detail_source>รถบรรทุกถังแก๊สหุงต้มเสียหลักพลิกคว่ำไฟลุกท่วมคัน คนขับบีบแตรขอความช่วยเหลือ สุดท้ายถูกไฟคลอก กู้ภัยฯ เผย พยายามช่วย แต่ช่วยไม่ได้เพราะเปลวไฟแรง 
เมื่อเวลา 12.25 น. วันที่ 20 มีนาคม 2566 สมาคมกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบรรทุกถังแก๊สเสียหลักพลิกคว่ำ มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย บนถนนสายสุขุมวิท ขาเข้าเมืองตราด ก่อนถึงแขวงทางหลวงตราด ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด หลังรับแจ้งจึงส่งกำลังอาสากู้ภัยเดินทางรับผู้บาดเจ็บ 
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบรถยนต์บรรทุกถังแก๊สหุงต้มพลิกคว่ำอยู่ริมถนน มีถังแก๊สตกกระจายในที่เกิดเหตุ มีประกายไฟลุกไหม้อยู่บริเวณหลังรถ ขณะเดียวกันคนขับรถได้พยายามบีบแตรเรียกขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ภัย แต่เจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ ก่อนจะประสานรถดับเพลิง อบต.วังกระแจะ เข้ามาระงับไฟที่กำลังลุกไหม้ 
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังรอรถดับเพลิงอยู่นั้น ปรากฎว่า ไฟลุกโหมขึ้นตลอดเวลา ทำให้กู้ภัยต้องปิดถนนทันที เพื่อความปลอดภัย เมื่อรถดับเพลิงมาถึง ได้ฉีดน้ำสกัดไฟทันที โดยใช้เวลานานกว่า 30 นาที ในการระงับไฟ ก่อนที่อาสากู้ภัย ชุดเผชิญเหตุเข้าไประดมฉีดเลี้ยงไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟปะทุขึ้นมาอีกรอบ 
เมื่อไฟสงบลงแล้ว พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ยังไม่ทราบชื่อ ส่วนถังแก๊สหุงต้มขนาด 16.4 กิโลกรัม สามารถรวมได้จำนวน 25 ถัง นอกจากนี้ยังพบว่ารถบรรทุกถังแก๊สคันนี้ติดตั้งแก๊ส LPG ด้วย ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุนั้น พบที่เกิดเหตุมีร่องรอยรถเสียหลักก่อนพลิกคว่ำ ขณะนำแก๊สหุงต้มไปส่งให้กับร้านค้าในเขตตัวเมืองตราด ส่วนสาเหตุที่แท้จริงนั้น ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวน 
ด้านนายวสันฑ์ บุญสงวน อาสากู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด กล่าวว่า เมื่อตนเองถึงที่เกิดเหตุเป็นคันแรก เราไม่สามารถช่วยคนขับรถได้ เนื่องจากเปลวไฟจากถังแก๊สโหมเข้ามาถึงตัวรถ ซึ่งเราพยายามช่วยเหลือแล้วแต่ก็ทำไม่ได้ แม้คนขับรถก็พยายามบีบแตรเรียกขอความช่วยเหลือตลอด จนกระทั่งถูกไฟคลอกเสียชีวิต</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>1</count_dead><type_dead>คนขับรถ</type_dead><data_source>FB :Fire &amp; Rescue Thailand</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="20"><no>417</no><date>2023-03-27T00:00:00</date><province>สงขลา</province><odpc>12</odpc><type_source>รั่วไหล</type_source><type_cause>Ammonia</type_cause><place>โรงงาน</place><detail_source>ระทึก แอมโมเนียรั่วจาก รง.อาหารแช่แข็งสงขลา ต้องอพยพคนนับร้อย สารแอมโมเนียรั่วไหลจากโรงงานผลิตอาหารแช่แข็งส่งออกต่างประเทศใน จ.สงขลา ต้องอพยพคนงาน ชาวบ้านใกล้เคียงนับร้อยคน บางรายหมดสติต้องส่งโรงพยาบาล

เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 27 มี.ค. 2566 เกิดเหตุสารแอมโมเนียรั่วภายในโรงงานผลิตอาหารแช่แข็งส่งออกต่างประเทศแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 1 ต.ท่าข้าม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยสารแอมโมเนียได้รั่วมาจากไลน์การผลิต และฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งภายในโรงงานและบริเวณโดยรอบโรงงานซึ่งมีบ้านของชาวบ้านอาศัยอยู่

ขณะเกิดเหตุในส่วนของไลน์การผลิตไม่มีคนงานทำงานมีเพียงเฉพาะทีมช่างทีมเข้าเวรอยู่ แต่ต้องอพยพคนงานที่พักอาศัยอยู่ภายในโรงงานนับร้อยคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาออกมาอยู่ยังศูนย์แพทย์ 3 ตำบล ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนกาญจนวนิชและพ้นจากรัศมีการรั่วไหลของสารแอมโมเนีย ในจำนวนมีชาวบ้านบางส่วนที่อาศัยอยู่ใกล้กับโรงงานก็ต้องอพยพออกมาด้วย ซึ่งบางรายมีอาการอาเจียน เวียนศีรษะ และมีบางรายอาการรุนแรงถึงขึ้นหมดสติ และนำส่งโรงพยาบาลหลายแห่งในเมืองหาดใหญ่ อย่างเร่งด่วน ในขณะที่ทีมช่างของทางโรงงานเร่งเข้าไปแก้ไขจุดที่มีสารแอมโมเนียรั่วออกมาอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบมากไปกว่านี้</detail_source><count_injured>9</count_injured><type_injurey>พนักงาน</type_injurey><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>website:ไทยรัฐออนไลน์</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="21"><no>418</no><date>2023-01-04T00:00:00</date><province>สงขลา</province><odpc>12</odpc><type_source>ไฟไหม้</type_source><type_cause>บ่อขยะ</type_cause><place>บ่อขยะ</place><detail_source>ข้อมูลทั่วไป บ่อขยะมูลฝอยเทศบาลนครสงขลา หมู่ที่ 8 ตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ซึ่งมีขนาดพื้นที่บ่อฝั่งกลบขยะมูลฝอยจำนวน 100 ไร่ โดยเวลาประมาณ 14.00 น. ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณ บ่อที่ 2 และลามไปบ่อที่ 1 รวมพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ เทศบาลนครสงขลาได้ระงับเหตุและประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากฐานทัพเรือภาคที่ 2 เทศบาลตำบลเกาะแต้ว เทศบาลตำบลเขารูปช้าง และทีมดับเพลิงสงขลา เข้าร่วมด้วย ข้อมูลสภาพแวดล้อม มีหน่วยงาน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ ที่ 16 สงขลา สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา ทำการตรวจสอบพื้นที่พร้อมวัดค่า PM 2.5 และ PM 10 ในชุมชนที่อยู่บริเวณท้ายลม (ลมพัดจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก) ระหว่างเวลา 16.56 – 18.54 น. ที่ระยะ 500 เมตร – 6.8 กิโลเมตร พบว่า มีค่า PM 2.5 อยู่ในช่วง 0.013 – 3.3 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ PM 10 อยู่ระหว่าง 0.021 – 1.22 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. เทศบาลนครสงขลาสามารถควบคุมเพลิงไหม้ให้อยู่ในบริเวณจำกัดแล้ว ข้อมูลผู้ป่วยเบื้องต้น จากการสำรวจพื้นที่บ้านสามกองและบ้านบ่ออิฐ จำนวน 95 หลังคาเรือน พบว่า มีผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 6 ราย เป็น เพศหญิง 4 คน เพศชาย 2 คน มีอาการวิงเวียนศีรษะ จำนวน 3 ราย และมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ เจ็บคอ จำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่ได้ให้ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว พบว่าอาการดีขึ้น ไม่มีผู้ที่ต้องนำส่งโรงพยาบาล</detail_source><count_injured>6</count_injured><type_injurey>ชาวบ้าน</type_injurey><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based Province</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="22"><no>419</no><date>2023-04-26T00:00:00</date><province>ชลบุรี</province><odpc>6</odpc><type_source>ระเบิด</type_source><type_cause>แอลกอฮอล์</type_cause><place>บ้านพัก/ที่อยู่อาศัย</place><detail_source>วันที่ 26 เมษายน 2566 เวลา 12.00 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุถังบรรจุแอลกอฮอล์ระเบิด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ร้านรับซื้อของเก่า เลขที่ 5/12 หมู่ 1 ซอยกวนอู บ้านสำนักตะแบก ตำบลโป่ง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารีบไปตรวจสอบ - ที่เกิดเหตุบริเวณหน้ารั้วบ้าน พบนายเฉวียน จันหอม อายุ 58 ปี เจ้าของร้านขายของเก่า มีบาดแผลที่ขาทั้งสองข้าง ตามลำตัว แขนทั้งสองข้าง มีบาดแผลเกิดจากไฟลวก เสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ย นอนได้รับบาดเจ็บ อยู่กับพื้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น รอรถกู้ชีพโรงพยาบาลบางละมุง ย้ายส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ข้างกันพบถังขนาด 200 ลิตร สีเขียว ด้านข้างติดสลากว่า แอลกอฮอล์ 75 % อยู่ในสภาพบิดเบี้ยวจากแรงระเบิด - สอบถามนางสาวพิมพ์ชนก บุญรักษา อายุ 25 ปี ลูกสาว ทราบว่าที่บ้านนั้นเปิดร้านรับซื้อ ของเก่า โดยพ่อได้ซื้อถัง 200 ลิตรลูกนี้มา ขณะที่กำลังใช้แก๊สเป่าเพื่อจะตัดแยกชิ้นส่วนถังลูกดังกล่าว ซึ่งคาดว่าไม่ทราบว่าเป็นถังแอลกอฮอล์ เมื่อถูกความร้อนจึงเกิดแรงอัดแล้วระเบิดขึ้นดังสนั่น จนพ่อได้รับบาดเจ็บดังกล่าวหลังเกิดเหตุทุกคนตกใจมาก เมื่อตั้งสติได้จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือดังกล่าว - โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโป่งตรวจสอบเหตุการณ์ เวลา 14.20 น. ได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าขณะเกิดเหตุผู้บาดเจ็บอยู่ในร้าน 2 คนกับภรรยา สภาพสถานที่เกิดเหตุขณะเข้าตรวจสอบไม่มีกลิ่นของสารเคมี ในที่เกิดเหตุ มีร่องรอยเพลิงไหม้ของเก่าเล็กน้อย ใช้น้ำดับได้ทั้งหมด ผู้บาดเจ็บ 1 คน มีแผลถูกความร้อน ตามร่างกาย บริเวณขาทั้ง 2 ข้างมีแผลเปิด และกระดูกขาหัก ถูกนำส่งโรงพยาบาลบางละมุงแล้ว สถานที่เกิดเหตุไม่มีเหตุรำคาญ ทั้งกลิ่นและควัน ไปยังบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง</detail_source><count_injured>1</count_injured><type_injurey>เจ้าของบ้าน</type_injurey><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based Province</data_source><explode>ระเบิด</explode></row>
<row _id="23"><no>420</no><date>2023-04-28T00:00:00</date><province>หนองบัวลำภู</province><odpc>8</odpc><type_source>รั่วไหล</type_source><type_cause>Ammonia</type_cause><place>โรงงาน</place><detail_source>28 เม.ย.66 เวลา 19.30 น. ได้รับแจ้งจาก ทีมCDCU อ.โนนสัง เกิดเหตุแก๊สแอมโมเนียรั่ว -สถานที่เกิดเหตุ : โรงงานน้ำแข็งนทีทอง ม.7 บ้านโสกจาน ต.โนนสัง -เวลาที่เกิดเหตุ​: 10.00 น. -ผู้จัดการโรงงานแจ้งว่าสามารถอุดรอยรั่วของถังแก๊สแอมโมเนียได้แล้ว ตั้งแต่เวลา 11.00 น. การรั่วเกิดระหว่างการซ่อมบำรุงของฝ่ายช่าง</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based Province</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="24"><no>421</no><date>2023-05-14T00:00:00</date><province>นนทบุรี</province><odpc>4</odpc><type_source>ระเบิด</type_source><type_cause xsi:nil="true" /><place>บ้านพัก/ที่อยู่อาศัย</place><detail_source>ระเบิดสนั่น! บ้านวอดทั้งหลัง-ช่างผสมสารเคมีดับ 1 คน เกิดเหตุระเบิดในบ้านหลังหนึ่งที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งประกอบกิจการผสมสารเคมี ลูกจ้างเสียชีวิต 1 คน ส่วนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงได้รับความเสียหาย 5 หลัง
วันนี้ (14 พ.ค.2566) เวลาประมาณ 12.00 น. ตำรวจ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านในซอยวัดพระเงิน ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ โดยเจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดไฟนานเกือบ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมไฟไว้ได้

สำหรับที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น สภาพภายในบ้านถูกไฟลุกไหม้ทั้งหลัง บริเวณหน้าบ้านพบศพผู้เสียชีวิต 1 คน อายุ 49 ปี สภาพศพถูกไฟเผา นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน จากการสอบสวนทราบว่า เจ้าของบ้านหลังดังกล่าวได้ประกอบกิจการผสมสารเคมีตัวจุดเชื่อมทองแดง ซึ่งใช้สำหรับทำสายไฟ สายสัญญาณ ตั้งแต่ปี 2556 ขณะที่ผู้เสียชีวิตเป็นลูกจ้าง ส่วนสารเคมีประกอบด้วย ผงอลูมิเนียม ผงทองแดง และผงแมกนีเซียม โดยช่วงเวลาเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตกำลังผสมสารเคมีอยู่ภายในบ้าน กระทั่งเกิดระเบิดขึ้น

เจ้าของบ้านที่เกิดระเบิด กล่าวว่า ขณะเกิดระเบิดได้ยินเสียงดังมาก คาดว่าเกิดจากไฟฟ้าช็อต โดยตนเองได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณนิ้วมือ ซึ่งขณะเกิดเหตุมีคนอยู่ในบ้าน 5 คน โดยคนอื่นๆ ในบ้านได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนผู้เสียชีวิตเป็นลูกจ้าง ซึ่งเสียชีวิตระหว่างทำงาน

ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนเองอาศัยอยู่ใกล้บ้านที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น โดยมีไฟโพยพุ่งออกมาและมีเสียงระเบิดตลอดเวลา จากนั้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงเข้ามาช่วยดับไฟ ส่วนสาเหตุคาดว่าอาจเกี่ยวกับสารเคมีที่ทำอยู่ภายในบ้าน ขณะที่ลูกชายที่นอนอยู่ในบ้านถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บ

เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ ได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวมีสารเคมี ซึ่งอาจเป็นส่วนที่ทำให้เกิดการระเบิดในครั้งนี้ ส่วนค่าเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้ ขณะนี้มีบ้านที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด 5 หลัง</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>1</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>website:ไทยรัฐออนไลน์</data_source><explode>ระเบิด</explode></row>
<row _id="25"><no>422</no><date>2023-05-21T00:00:00</date><province>ชลบุรี</province><odpc>6</odpc><type_source>ระเบิด</type_source><type_cause xsi:nil="true" /><place>อาคารพาณิชย์/สํานักงาน/ร้านจําหน่าย</place><detail_source>วันที่ 21 พฤษภาคม 2566 ทีม SAT สคร.6 ชลบุรี ได้รับแจ้งจากงานโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กลุ่มโรคไม่ติดต่อ สคร.6 ชลบุรี พบเหตุการณ์อุบัติภัยสารเคมี ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า วันที่ 20 พฤษภาคม 2566 เวลาประมาณ 21.35 น. เกิดเหตุรถบรรทุกน้ำมันระเบิด ภายในบริษัทโลจิสติกส์แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ส่งผลทำให้ถังบรรจุน้ำมันของรถคันดังกล่าว และที่จอดรถเสียหาย สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน ปัจจุบันสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ทน.แหลมฉบัง สภ.แหลมฉบัง และมูลนิธิสว่างประทีป เข้าให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทดังกล่าว โดยรายที่ 1 เพศชาย อายุ 50 ปีแพทย์ชันสูตรเบื้องต้น : เสียชีวิตจากการฉีกขาดของร่างกาย เนื่องจากแรงระเบิด การวินิจฉัยโรค : R99 Other ill-defined and unspecified causes of mortality นำส่งที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง รายที่ 2 เพศชาย อายุ 43 ปี แพทย์ชันสูตรเบื้องต้น : เสียชีวิตจากการฉีกขาดของร่างกาย เนื่องจากแรงระเบิด การวินิจฉัยโรค : R99 Other ill-defined and unspecified causes of mortality นำส่งที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง และมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย เพศชาย อายุ 35 ปี อาการ : ได้รับแรงลมกระแทกจากแรงระเบิด, ไม่มีบาดแผลและรอยฟกช้ำ, มีสติดี ไม่ได้นำส่งโรงพยาบาล ทั้งนี้ ยังไม่ได้รับรายงานผลกระทบของประชาชนในพื้นที่ แต่ช่วงเกิดเหตุเสียงระเบิดดังได้ยินในหลายพื้นที่</detail_source><count_injured>2</count_injured><type_injurey>พนักงาน</type_injurey><count_dead>1</count_dead><type_dead>พนักงาน</type_dead><data_source>Event-based DDC</data_source><explode>ระเบิด</explode></row>
<row _id="26"><no>423</no><date>2023-01-06T00:00:00</date><province>ชลบุรี</province><odpc>6</odpc><type_source>รั่วไหล</type_source><type_cause>Iridium 192</type_cause><place>โรงงาน</place><detail_source>วันที่ 2 มิถุนายน 2566 ทีม WACTH กรมควบคุมโรคได้รับแจ้งจาก สคร.6 พบผู้ป่วยชายไทย อายุ 35 ปี ปฏิเสธโรคประจำตัว ประกอบอาชีพ พนักงานบริษัท มีอาการ นิ้วชี้ และนิ้วโป้ง มือซ้าย บวมเจ็บ 3 วันก่อนมารพ. 2 สัปดาห์ก่อนมารพ. (15พ.ค.66) ทำหน้าที่ เอ็กซเรย์ ชิ้นงานโลหะ เพื่อตรวจสอบรอยเชื่อมโดย กระบวนการทำงาน จะถือเครื่องเอ็กซเรย์ มีลักษณะเป็นกล่องโลหะ (source) หนัก 25 กิโลกรัม ซึ่งภายในบรรจุ แร่ กัมมันตภาพรังสี Iridium 192 ด้วยมือขวาและถือปลายสายท่อซึ่งต่อออกมาจากกล่องโลหะ ยาวประมาณ 2 เมตร ด้วยมือซ้าย เพื่อจ่อปลายหัวของสายท่อดังกล่าว กับชิ้นงานโลหะสังเกตพบว่า แท่งแร่ กัมมันตภาพรังสี หลุดออกจากกล่อง source ไหลมาตามสายท่อ มาอยู่ที่่ปลายสายท่อทำให้ มือซ้าย สัมผัสกับ แท่งแร่ดังกล่าวโดยตรง เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ผลภาพ เอ็กซเรย์ ชิ้นงาน ที่ออกมา พบว่า ใช้การไม่ได้ จึงแจ้งหัวหน้างาน เพื่อทำการแก้ไข 3วันก่อนมารพ. (28พ.ค.66)เริ่มมีอาการ ปวด บวม เจ็บ ที่ นิ้วชี้ นิ้วโป้ง มือซ้าย จึงมารพ. กรุงเทพระยอง พบแพทย์ ที่แผนก ศัลยกรรม ได้รับยาแก้ปวด และ ส่งผู้ป่วยปรึกษา แผนก ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพและอาชีวเวชศาสตร์ รพ.กรุงเทพระยอง</detail_source><count_injured>1</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based DDC</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="27"><no>424</no><date>2023-05-06T00:00:00</date><province>ปราจีนบุรี</province><odpc>6</odpc><type_source>ไฟไหม้</type_source><type_cause>บ่อขยะ</type_cause><place>บ่อขยะ</place><detail_source>วันที่ 5 มิถุนายน 2566 เวลา 15.20 น.ทีมSAT สคร.6ได้รับรายงานสถานการณ์จาก กลุ่มโรคไม่ติดต่อ สคร.6 ว่า เวลา 14.30 น. ได้รับแจ้งจาก สสจ.ปราจีนบุรี พบ มีเหตุไฟไหม้บ่อขยะบ้านสระดู่ หมู่ที่ 6 ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เป็นของเทศบาลตำบลกบินทร์ ตั้งแต่เวลาเกิดเหตุ 04.00 น พื้นที่บ่อขยะบ้านสระดู่ มีเนื้อที่ประมาณพื้นที่ 10 ไร่ ลุกไหม้ประมาณ 5 ไร่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ระดมดับไฟที่ลุกไหม้บ่อขยะ สามารถควบคุมเพลิงในวงจำกัด ไม่ให้ลุกลาม คาดว่าสามารถควบคุมเพลิงได้ประมาณ 18.00 น. จุดเกิดเหตุอยู่ห่างชุมชนและยังไม่มีรายงานผู้ได้รับผลกระทบ</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based DDC</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="28"><no>425</no><date>2023-08-06T00:00:00</date><province>ชลบุรี</province><odpc>6</odpc><type_source>ไฟไหม้</type_source><type_cause>ไม่ทราบ</type_cause><place>โรงงาน</place><detail_source>วันที่ 8 มิถุนายน 2566 เวลา 10.30 น.ทีมSAT สคร.6 ได้รับแจ้งจากสสจ.ชลบุรี ว่าสสอ.บ้านบึงได้รับแจ้งเหตุวันที่ 7 มิถุนายน 2566 เวลาประมาณ 13.40 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในบริษัท สยามวัฒนา เวสต์ แมนเน็จเม้นท์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่22/1 หมู่ 6 ตำบลหนองบอนแดง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี จากการตรวจสอบพบว่าโรงงานดังกล่าว ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการตามทะเบียนโรงงานเลขที่ 10200014825479 (รูปแบบเดิม 3-105-148/47 ชบ) ประกอบกิจการคัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่กำหนดในหมวด 1 ข้อ 1 ของภาคผนวกที่ 1 บัญชี สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุไม่ใช้แล้วแนบท้ายประกาศกระทรวงฉบับที่ 1 (พ.ศ.2541) บดย่อยพลาสติก ซ่อมแซม ล้างภาชนะ หรือบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วที่เป็นโลหะและพลาสติก เช่น ถังโลหะ ถังพลาสติกถอดแยกและบดย่อยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ พลาสติกชุบโลหะ หรือที่มีสีอื่นผสมโลหะทุกชนิด แผงโซล่าเซลล์ และอุปกรณ์ฟอกไอเสียรถยนต์ (Catalytic Converter) ทำเชื้อเพลิงทดแทนและเชื้อเพลิงผสมจากวัสดุปนเปื้อนทุกชนิด เก็บรวบรวมแบตเตอรี่โดยไม่มีการแปรสภาพ ผลิตเชื้อเพลิงแข็ง (SOLID RECOVERED FUFL) จากวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียที่ไม่เป็นอันตราย บริเวณที่เกิดเหตุเป็นลักษณะเพลิงลุกไหม้วัสดุลังกระดาษภายในตัวโรงงานลุกลามที่เก็บวัสดุ ประเภทกระดาษ โดยมีหน่วยป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ทำการควบคุมเพลิง โดยสามารถควบคุมเพลิงไหม้ได้ทั้งหมดในเวลา 14.15 น. เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มี ผู้บาดเจ็บและไม่มีผู้เสียชีวิต อาคารโรงงาน และเครื่องจักร ไม่ได้รับความเสียหาย</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based DDC</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="29"><no>426</no><date>2023-06-22T00:00:00</date><province>พระนครศรีอยุธยา</province><odpc>4</odpc><type_source>ลักลอบทิ้ง</type_source><type_cause>สารเคมี</type_cause><place>โรงงาน</place><detail_source>เรื่องการลักลอบทิ้งสารเคมีที่อำเภอภาชี 
กรมควบคุมมลพิษ โดยศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ตรวจสอบกรณีอำเภอภาชีได้รับแจ้งจากประชาชน ในพื้นที่ตำบลภาชีเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566 ว่ามีการปล่อยสารเคมีจากโกดังแห่งหนึ่งลงคลองสามขวา โกดัง ดังกล่าวตั้งอยู่โฉนดที่ดินเลขที่ 21331 บ้านเลขที่ 2/4 หมู่ที่ 2 ตำบลภาชี อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบเป็นโกดังเก็บของเสียอันตรายมีลักษณะเป็นของเหลวและของแข็งจำนวนมาก โดยจัดเก็บภายในอาคารโกดัง จำนวน 5 อาคาร เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2566 ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม 
ลงตรวจสอบพื้นที่ร่วมกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง พบว่า 1. พื้นที่เกิดเหตุเป็นโกดังเก่า มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 8 ไร่ ข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีการลักลอบทิ้ง กากของเสียสารเคมีลงคลองชลประทาน (คลองสามขวา) ลักษณะเป็นของเหลวสีส้ม โดยประชาชนด้านท้ายน้ำ มีการใช้น้ำเพื่อทำนา และยังพบว่ามีสารเคมีสีส้มรั่วไหลอยู่บนพื้นถนน 2. ผลการตรวจสอบภายในโกดัง จำนวน 5 อาคาร พบว่ามีการเก็บกากของเสียมีลักษณะเข้าข่าย เป็นของเสียอันตรายและของเสียเคมีวัตถุ ถูกจัดเก็บในถังพลาสติก ถังเหล็ก และถุงบิ๊กแบ็ควางอยู่ใน Lugger Box ที่ใช้สำหรับบรรจุกากของเสียอุตสาหกรรม จำนวนไม่น้อยกว่า 50 คัน และพบว่ามีถังเบาท์ (bulk) ขนาด 1 ลูกบาศก์เมตร กองเก็บไว้ในโกดังและพื้นที่โดยรอบจำนวนมาก พบรถบรรทุก จำนวน 2 คัน ซึ่งจากการ ตรวจสอบพบว่ามีกากของเสียบางส่วนได้ถูกขนย้ายออกไปบ้างแล้ว และพบว่าบริเวณด้านนอกโกดังมีการนำ ของเหลวที่มีสภาพเป็นกรดแก่ มีค่า PH น้อยกว่า 1 เทในบ่อปูน ขนาดประมาณ 27 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเดิมเป็น หลุมวางตาชั่ง และในบ่อดินบริเวณด้านหน้าโกดังอีกทั้งมีการนำวัสดุจำพวกสายไฟและดินมากลบทับเพื่ออำพลาง บนพื้นที่ประมาณ 200 ตารางเมตร และมีการกองวัสดุต้องสงสัยในพื้นที่อื่นๆ โดยรอบโกดังอีกจำนวนหลายจุด</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based Province</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="30"><no>427</no><date>2023-07-17T00:00:00</date><province>พระนครศรีอยุธยา</province><odpc>4</odpc><type_source>ไฟไหม้</type_source><type_cause>ไม่ทราบ</type_cause><place>โรงงาน</place><detail_source>ไฟไหม้โกดังเก็บของเก่า ในพื้นที่บางปะอิน จนท.ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงได้ ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างตรวจสอบ

เมื่อเวลา 21.00 น วันที่ 17 กรกฎาคม 2566 เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บของเก่า เขตพื้นที่บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างระงับเหตุ ความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบ

เวลา 22.30 น. ม.ร่วมกตัญญู คืบหน้า ที่เกิดเหตุลักษณะเป็นโรงงาน มีเนื้อที่ 20 ไร่ เพลิงได้โหมลุกไหม้แล้ว 2 - 3 ไร่ เบื้องเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิง ระดมใช้หัวฉีดน้ำได้แค่ล้อมเพลิงด้านนอก ยังไม่สามารถเข้าตัวอาคารได้ ลักษณะเป็นกระดาษอัดแข็งจำนวน มาก แสงเพลิงระดับ 4 - 5 ยังคงลุกไหม้ต่อไป 

คืบหน้า ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นโรงงานรับซื้อกระดาษ ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว้างมีรั้วล้อมรอบ เพลิงได้ลุกไหม้บริเวณโรงที่ 2 ก่อนจะลุกลามไปบริเวณโรงที่ 3 ซึ่งได้เก็บกระดาษเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เร่งระดมฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิง ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ ไม่ลุกลามไปยังโกดังที่อยู่ติดกัน ก่อนจะระดมฉีดน้ำซ้ำอีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลุกไหม้ขึ้นอีก

ร.ต.อ พงศ์ปณต มีโต สว.(สอบสวน) สภ.พระอินทร์ราชา จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่า ก่อนจะเกิดไฟไหม้ กระแสไฟฟ้าภายในโรงงานดับทั้งโรงงานระยะหนึ่ง เมื่อไฟฟ้าติดได้เกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งต้องรอสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งว่าเกิดจากเหตุใด</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Website: สวพ.FM91</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="31"><no>428</no><date>2023-07-24T00:00:00</date><province>เชียงใหม่</province><odpc>1</odpc><type_source>ระเบิด</type_source><type_cause>พลุ/ดอกไม้ไฟ</type_cause><place>โกดัง</place><detail_source>วันที่ 25 กรกฎาคม 2566 กลุ่มพัฒนาระบบข้อมูลและตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ได้รับแจ้งจาก สคร.1 จังหวัดเชียงใหม่ ว่าเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2566 เวลาประมาณ 12.10 น. เกิดเหตุการณ์โรงงานผลิตพลุระเบิด ในพื้นที่หมู่ 14 บ้านสันทุ่งใหม่ ตำบลสันปูเลย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นคลังเก็บสินค้ารอส่งจำหน่าย จากประวัติพบว่าโรงงานแห่งนี้เคยเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว การเกิดเหตุระเบิดในครั้งนี้ส่งผลให้เกิดเสียงดังและมีความสั่นสะเทือนในรัศมีกว่า 1 กิโลเมตร รวมถึงส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายมากกว่า 10 หลังคาเรือน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สามารถระงับเหตุการณ์ได้ ในเวลา 14.00 น. เหตุการณ์ในครั้งนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด จำนวน 11 ราย จำแนกเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บปานกลาง (สีเหลือง) 1 ราย และได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย (สีเขียว) 10 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดถูกนำส่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จำนวน 4 แห่ง จำแนกเป็นโรงพยาบาลดอยสะเก็ด 8 ราย โรงพยาบาลแมคคอร์มิค 1 ราย โรงพยาบาลเทพปัญญา 1 ราย และโรงพยาบาลลานนา 1 ราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่มเติม

สารเคมีที่สงสัยในการเกิดเหตุการณ์ : ดินประสิว หรือ โพแทสเซียมไนเตรต1(KNO3)1มีลักษณะเป็นผงสีขาว ละลายน้ำได้ดี ไม่มีกลิ่น ถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมของการผลิตดอกไม้เพลิง ทำดินปืน หรือใช้ใส่อาหารหมักดอง หลังเกิดเหตุการณ์มีควันที่เกิดจากการเผาไหม้ อาจทำให้เกิดอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล แสบจมูกและลำคอ แสบหรือคันตา ตาแดง น้ำตาไหล

มาตรการพื้นที่ดำเนินการ
1. สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ อยู่ระหว่างรอข้อมูลสอบสวนเหตุการณ์เพิ่มเติมจากหน่วยงานในพื้นที่ 2. หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ติดตามเหตุการณ์และผู้ได้รับสารพิษหรือผลกระทบเพิ่มเติมจากเหตุการณ์ดังกล่าว เช่น ความรุนแรง การรักษา ฯลฯ 
</detail_source><count_injured>8</count_injured><type_injurey>พนักงาน</type_injurey><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based DDC</data_source><explode>ระเบิด</explode></row>
<row _id="32"><no>429</no><date>2023-07-29T00:00:00</date><province>นราธิวาส</province><odpc>12</odpc><type_source>ระเบิด</type_source><type_cause>พลุ/ดอกไม้ไฟ</type_cause><place>โกดัง</place><detail_source>เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2566 เวลา 15.00 น. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส ได้รับแจ้ง ผ่านทางไลน์แอพลิเคชั่น ว่าเกิดเหตุระเบิดจากโกดังเก็บพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ บริเวณตลาดมูโนะ อำเภอ สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส แรงระเบิดทำให้เกิดความเสียหายบริเวณกว้าง เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิต จำนวน 11 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนทั้งสิ้น 108 ราย เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก จำนวน 108 ราย Admit จำนวน 10 ราย แพทย์ให้กลับบ้านได้ จำนวน 98 ราย (ข้อมูล ณ เวลา 23.29 น.) และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเชิงรุกในชุมชนที่เกิดเหตุโดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทั้ง 4 แห่งในเขตอำเภอสุไหงโก-ลก จำนวน 35 ราย ทั้งนี้ จากผลการสอบสวน (Results) พบว่า ชาวบ้านได้ยินเสียงระเบิดเสียงดังมาก (รัศมี 500 เมตร) พบความเสียหายจากแรงระเบิด ทำให้บ้านเรือนและทรัพย์สินเสียหาย จำนวนกว่า 230 หลังคาเรือน และหน่วยงานราชการได้รับความเสียหายจากโกดังเก็บพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ รัศมี 2 กิโลเมตร ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลมูโนะ สถานีตำรวจภูธรตำบลมูโนะ โรงเรียนนะฎอฏุลอิสลาฮียะห์ โรงเรียนบ้านมูโนะ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมูโนะ บ้านเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมูโนะ จำนวน 1 หลังคาเรือน และบ้านอสม. จำนวน 5 หลังคาเรือน</detail_source><count_injured>115</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>9</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based DDC</data_source><explode>ระเบิด</explode></row>
<row _id="33"><no>430</no><date>2023-02-08T00:00:00</date><province>กรุงเทพมหานคร</province><odpc>13</odpc><type_source>รั่วไหล</type_source><type_cause>ไฮโดรคลอริค</type_cause><place>บ้านพัก/ที่อยู่อาศัย</place><detail_source>ผงะ พบกรดไฮโดรคลอริก รั่วไหล ย่านประเวศ ส่งทีมเก็บกู้สารเคมีเร่งคุมสถานการณ์
เมื่อเวลา 16.34 น. วันที่ 2 สิงหาคม ศูนย์วิทยุพระราม 199 รับแจ้งจากสถานีดับเพลิงและกู้ภัยเฉลิมพระเกียรติ เหตุสารเคมีรั่วไหล ภายในซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 25 แขวงหนองบอน เขตประเวศ เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยเฉลิมพระเกียรติกำลังไปที่เกิดเหตุ
ต่อมาเวลา 16.37 น. เจ้าหน้าที่รายงานว่า เมื่อเดินทางถึงจุดเกิดเหตุ พบถังใส่สารเคมีประเภท กรดไฮโดรคลอริก จำนวน 4 ถัง น้ำหนักถังละประมาณ 35 กิโลกรัม และมีกลุ่มควันสีเหลืองจำนวนมาก ชุดเก็บกู้สารเคมีและวัตถุอันตรายพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสนับสนุนที่เกิดเหตุ 

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านหลังหนึ่ง มีรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด อยู่ 1 คัน โดยมีควันลอยอยู่โดยรอบ เจ้าหน้าที่เร่งเข้าควบคุมสถานการณ์
</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Website: มติชนออนไลน์</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="34"><no>431</no><date>2023-08-24T00:00:00</date><province>กรุงเทพมหานคร</province><odpc>13</odpc><type_source>ไฟไหม้</type_source><type_cause>สารเคมี</type_cause><place>โรงงาน</place><detail_source>ถังสารเคมีโรงงานผลิตหมึกพิมพ์ระเบิด ย่านบางบอน ช่างรอดหวุดหวิด
เกิดเหตุถังบรรจุสารเคมีระเบิด ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ เจ้าหน้าที่ช่วยกับดับเพลิงเพียง 10 นาที เพลิงสงบ ไม่มีใครเจ็บ ด้านนายช่าง ที่ถูกจ้างให้ว่าซ่อมถังเคมี เผย ใช้แก๊สตัดขาวางถัง แล้วประกายไฟกระเด็น พยายามใช้ถังดับเพลิงแล้ว แต่คุมไม่อยู่ จึงต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วย 
24 สิงหาคม 2566 ร.ต.อ.จักรณรงค์ พรมจันทร์ รองสารวัตรสอบสวน สน.บางขุนเทียน รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ถังบรรจุเคมีภายในบริษัท เฉลิมชัยชาญ จำกัด เลขที่ 536 ถนนเอกชัยซอย 66/3 แขวงคลองบางพราน เขตบางบอน กทม. จึงประสานรถน้ำ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยบางขุนเทียน หน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง และ อปพร.เขตบางบอน รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานประกอบกิจการผลิตหมึกพิมพ์อุตสาหกรรม เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ จากการตรวจสอบบริเวณลานด้านหน้าทางเข้าโรงงานพบ ถังบรรจุสารเคมี ประเภทหมึกพิมพ์ที่ผสมเสร็จแล้ว ขนาด 1,000 ลิตร วางเรียงรายอยู่ จำนวน 11 ถัง เบื้องต้นมีถังที่เกิดเหตุระเบิดและมีแสงเพลิงขึ้น จำนวน 3 ถัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงใช้สารเคมีประเภทโฟมเข้าทำการควบคุม นาน 10 นาที เพลิงจึงสงบ เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต 

จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ มีเพียงกระจกบนชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 ของอาคารสำนักงานโรงงาน ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน ที่เเตกเสียหายจากแรงระเบิดเพียงเล็กน้อย สอบสวน นายแสนศักดิ์ แสงสุก อายุ 46 ปี นายช่างที่ทางโรงงาน จ้างมาซ่อมแซมถังเคมี กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังปฏิบัติหน้าที่ใช้แก๊สตัดขาวางถังเคมีอยู่เพียงลำพัง จู่ๆ ก็เกิดประกายไฟลุกลาม และการระเบิดขึ้น โดยตนได้พยายามวิ่งไปหาถังน้ำยาดับเพลิงเข้ามาฉีดแล้ว แต่เอาไม่อยู่ จึงต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ประสานรถดับเพลิงเข้ามาควบคุมสถานการณ์เบื้องต้นพนักงานสอบสวน จะประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมสำนักงานเขตบางบอน เข้าร่วมสำรวจความเสียหาย และแจ้งข้อหาแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Website: เนชั่นออนไลน์</data_source><explode>ระเบิด</explode></row>
<row _id="35"><no>432</no><date>2023-08-29T00:00:00</date><province>ชลบุรี</province><odpc>6</odpc><type_source>ไฟไหม้</type_source><type_cause>สารอินทรีย์เปอร์ออกไซด์</type_cause><place>ท่าเรือ</place><detail_source>หนีตายวุ่น ตู้คอนเทนเนอร์บรรทุกสินค้าอันตราย ระเบิดในท่าเรือแหลมฉบัง
ตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสินค้าอันตราย ระบุมี "กลิ่นฉุนรุนแรง มีฤทธิ์กัดกร่อน" เกิดไฟไหม้ ก่อนระเบิดในเขตท่าเรือแหลมฉบัง คนงาน 7 คน มีอาการแน่นหน้าอก แสบตา เจ้าหน้าที่ระดมกำลังเข้าพื้นที่สกัดเพลิง 

เวลา 11.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2566 พ.ต.อ.ปพรพัชร์ ใบยา ผกก.สภ.แหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ถังบรรจุสินค้าอันตราย ประเภท UN.2014 class 5.1 ซึ่งมีกลิ่นฉุนรุนแรง และมีฤทธิ์กัดกร่อน เหตุเกิดภายในลานพักตู้คอนเทนเนอร์ JWD เขตพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครแหลมฉบัง นำรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุ ที่เกิดเหตุเป็นลานพักตู้คอนเทนเนอร์ ประเภทสินค้าอันตราย พบตู้คอนเทนเนอร์ ตู้สินค้าอันตรายหมายเลข TLLU2697694 Class 5.2 UN 3106 สารเคมีเป็น Orgaic peroxide type d, solid (สารอินทรีย์เปอร์ออกไซด์) จำนวน 378 กล่อง ได้เกิดปฏิกิริยา ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ พบกลุ่มควันดำ ขาว รวมถึงเปลวเพลิงลอยพุ่งขึ้นท้องฟ้า ทั้งนี้ จากการตรวจสอบ พบมีผู้ได้รับผลกระทบของบริษัท mc logistics จำนวน 154 คน ลานจอดรถ Toyota 23 คน และนำส่งคนงานจำนวน 7 รายไปโรงพยาบาลวิภาราม หลังมีอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก แสบตา เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลัง ฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิง โดยสลับเปลี่ยนหมุนเวียนรถดับเพลิงเข้าพื้นที่ สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุพบเห็นควันดำขาว ลอยพุ่งออกมาจากลานพักตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าว หลังจากนั้นไม่นานเริ่มมีเพลิงลุกไหม้ลอยตามมาติดๆ ก่อนที่จะมีระเบิดดังขึ้น หลังจากนั้นพบว่าคนงานในพื้นที่ และใกล้เคียงต่างพากันวิ่งหนีออกมา นอกจากนี้ยังส่งกลิ่นเหม็นฉุนไปทั่วบริเวณอีกด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่และทางบริษัท ได้กั้นผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ โดยขณะนี้พบว่า เพลิงได้สงบลงแล้ว แต่ยังมีไอระเหยอยู่ ทั้งนี้ ทราบว่า สาเหตุอาจเกิดจากอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้วัตถุภายในตู้เกิดปฏิกิริยาขึ้น ซึ่งหลังเหตุการณ์สงบเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะเข้าตรวจสอบในพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไป</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>20</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>website:ไทยรัฐออนไลน์</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="36"><no>433</no><date>2023-03-09T00:00:00</date><province>ชลบุรี</province><odpc>6</odpc><type_source>รั่วไหล</type_source><type_cause>น้ำมันดิบ</type_cause><place>แหล่งน้ำ</place><detail_source>ทีม Watch DDC ได้รับแจ้งจาก สคร.6 ชลบุรี พบเหตุการณ์ท่อน้ำมันรั่วไหล (น้ำมันดิบ) จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม พบว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2566 เวลา 20.00 น. ทุ่น SBM2 ของบริษัทแห่งหนึ่ง เกิดเหตุน้ำมันรั่วไหล (น้ำมันดิบ) ชนิด ARUB Light Crude ระหว่างทำการขนถ่ายสินค้า มีท่อจ่ายแตกรั่ว ทำให้มีน้ำมันดิบไหลลงทะเล โดยบริษัทแห่งดังกล่าว ร่วมกับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาชลบุรี ได้ดำเนินการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ ด้วยการล้อมและฉีดพ่นสารเคมีจุดเกิดเหตุ และในช่วงเช้า (วันที่ 4 ก.ย. 2566) นำโดรนบินสำรวจ พบว่าน้ำมันดิบที่รั่วไหลลงในทะเลมีขนาดความกว้างประมาณ 5 กม. ในการนี้ บริษัทดังกล่าวได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในการควบคุมเหตุการณ์ที่อาจเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน เบื้องต้นคาดว่าปริมาณน้ำมันที่รั่วไหลมีประมาณ 50 - 70 ลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันสามารถปิดท่อน้ำมันที่แตกเรียบร้อยแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างเก็บคราบน้ำมัน (ขนาดความดันขนถ่ายสินค้า 8 บาร์ ) และใช้สารเคมีขจัดคราบน้ำมัน Dispersant ชนิด Super Dispersant 25 จำนวน 6,000 ลิตร และทัพเรือภาคที่ 1 ส่งกำลังพลจากหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) ชุด 1 จำนวน 50 นาย ลงเรือไปยังเกาะสีชัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อเฝ้าระวังและตรวจสอบคราบน้ำมันที่อาจจะขึ้นฝั่ง วันที่ 5 ก.ย. 2566 จากสำรวจบริเวณชายฝั่งรอบจุดที่เกิดเหตุการณ์ ยังไม่พบคราบน้ำมันบนฝั่ง แต่จากการประเมินสถานการณ์ ตาม Model ของทีมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดการณ์ว่าคราบน้ำมันอาจเคลื่อนเข้าสู่ชายฝั่งในช่วงเย็น ทั้งนี้ไม่มีรายงานประชาชนในบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุได้รับผลกระทบ</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based DDC</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="37"><no>434</no><date>2023-09-19T00:00:00</date><province>อ่างทอง</province><odpc>4</odpc><type_source>ระเบิด</type_source><type_cause>พลุ/ดอกไม้ไฟ</type_cause><place>บ้านพัก/ที่อยู่อาศัย</place><detail_source>วันที่ 19 กันยายน 2566 เวลา 17.36 น. ทีมตระหนักรู้สถานการณ์ (SAT) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง ได้รับแจ้งจาก กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ พบเหตุการณ์พลุระเบิดในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลศาลาแดง อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง พบข้อมูลจากการสอบสวน ดังนี้ บ้านเกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว มีผู้อาศัย 5 คน ซึ่งบุคคลในบ้านมีอาชีพจุดพลุในงานต่าง ๆ ในเหตุการณ์ครั้งนี้ ผู้ที่อาศัยในบ้าน ได้นำพลุ 50 นัดมาเก็บไว้ที่บ้านเพื่อนำไปใช้ในงานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เวลาประมาณ 17.00 น. เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นในบริเวณที่เก็บพลุ และไฟไหม้ รถดับเพลิงเข้ามาควบคุมเหตุการณ์ หลังเพลิงสงบพบบ้านเสียหาย จำนวน 3 หลัง ไม่มีผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ส่วนละแวกบ้านใกล้เคียงที่เกิดเหตุมีผู้เป็นลมจากการเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว จำนวน 2 ราย รถกู้ชีพนำส่งโรงพยาบาลอ่างทอง เพื่อรับการรักษาต่อไป</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based Province</data_source><explode>ระเบิด</explode></row>
<row _id="38"><no>435</no><date>2023-10-15T00:00:00</date><province>สระแก้ว</province><odpc>6</odpc><type_source>ไฟไหม้</type_source><type_cause>สารเคมีทางการเกษตร</type_cause><place>โกดัง</place><detail_source>วันที่ 15 ตุลาคม 2566 เวลา 20.10 น. ทีม SAT สคร.6 ชลบุรี ได้รับแจ้งจากงานโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กลุ่มโรคไม่ติดต่อ สคร.6 ชลบุรี รับรายงานจาก สสจ.สระแก้ว พบเกิดเหตุเพลิงไหม้คลังเก็บเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร ของร้านจำหน่ายเคมีภัณฑ์เกษตรแห่งหนึ่ง ในเทศบาลเมืองอรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อเวลาประมาณ 15.20 น. ของวันที่ 15 ต.ค.2566 ซึ่งสถานที่เกิดเหตุตั้งอยู่ในบริเวณชุมชนใกล้กับตลาด เจ้าหน้าที่ดับเพลิงร่วมกับ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยอรัญประเทศ ,กู้ภัยสว่างเที่ยงธรรมฯ ,รถน้ำ เทศบาลเมืองอรัญญประเทศ ,รถน้ำ เทศบาลตำบลบ้านใหม่หนองไทร ,รถน้ำ เทศบาลตำบลฟากห้วย และรถน้ำ มณฑลทหารบกที่ 19 ได้ร่วมกันออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยในจุดเกิดเหตุ จนสามารถดับเพลิงได้สนิท ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ปัจจุบันเพลิงสงบแล้ว แต่มีผลกระทบเรื่องกลิ่นเหม็นที่ฟุ้งกระจาย ส่งผลให้ชาวบ้านมีอาการแสบตา มีกลิ่นเหม็น และมึนศีรษะ กลุ่มความมั่นคง อำเภออรัญประเทศ จึงได้ประสานไปยัง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระแก้ว สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว และผู้อำนวยการส่วนตรวจและบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ ที่7 จังหวัดสระแก้ว เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านในพื้นที่สวม mask โดยด่วน หากมีอาการแสบตา คลื่นไส้ มึนศีรษะ ให้รีบส่งตัวไปโรงพยาบาลอรัญประเทศโดยด่วนที่สุด ยังไม่ได้รับรายงานยอดผู้ได้รับผลกระทบและไม่มีผู้เสียชีวิต</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based DDC</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="39"><no>436</no><date>2023-10-31T00:00:00</date><province>นครราชสีมา</province><odpc>9</odpc><type_source>อุบัติเหตุขนส่ง</type_source><type_cause>น้ำมันไม่ทราบชนิด</type_cause><place>การจราจร/ขนส่ง</place><detail_source>รถบรรทุกน้ำมันชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ บนสะพานสามแยกปัก 

เมื่อเวลา 18.10 น. วันที่ 31 ตุลาคม 2566 เกิดอุบัติเหตุ รถบรรทุกน้ำมัน ชนท้ายรถพวง 18 ล้อ เกิดเหตุเพลิงไหม้รถบรรทุกน้ำมัน อยู่บนสะพาน สามแยกปักธงชัย อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา โดยมีรถดับเพลิงจากเทศบาลนครนครราชสีมา และหน่วยกู้ภัยฮุก 31 เข้าระงับเหตุ และสามารถควบคุมเพลิงได้ คนขับรถน้ำมันบาดเจ็บเล็กน้อย นำส่งรักษาที่ รพ.กรุงเทพฯ 

ต่อมา นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยปลัดจังกวัดนครราชสีมา นายอำเภอเมืองนครราชสีมา ผู้แทนพลังงานจังหวัดนครราชสีมา ปภ.จังหวัดนครราชสีมาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เพื่ออำนวยการในปฏิบัติงานดับเพลิงไหม้รถบรรทุกน้ำมันและการกู้ภัยจากอุบัติเหตุ 
#ขอบคุณแหล่งข่าว 
#กู้ภัยฮุก 31</detail_source><count_injured>1</count_injured><type_injurey>คนขับรถบรรทุกน้ำมัน</type_injurey><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>FB :Fire &amp; Rescue Thailand</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="40"><no>437</no><date>2023-11-15T00:00:00</date><province>เชียงใหม่</province><odpc>1</odpc><type_source>ระเบิด</type_source><type_cause>พลุ/ดอกไม้ไฟ</type_cause><place>บ้านพัก/ที่อยู่อาศัย</place><detail_source>วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 เวลา 18.00 น. ทีมตระหนักรู้สถานการณ์ (SAT) สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ พบเหตุการณ์พลุดอกไม้ไฟระเบิดในโรงเรือนต่อเติมจากบ้านพักอาศัย เวลา 15.40 น. ในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลป่าไผ่ อำเภอดอยสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ พบผู้เสียชีวิตจำนวน 1 ราย เพศชาย อายุ 65 ปี นอนเสียชีวิตในบ้านที่เกิดเหตุ ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ บ้านเรือนประชาชนโดยรอบได้รับความเสียหาย จำนวน 3 หลัง และสถานที่ราชการ จำนวน 1 แห่ง (ศาลาเอนกประสงค์ประจำหมู่บ้าน) จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าบ้านหลังดังกล่าว ไม่ได้ประกอบธุรกิจจำหน่ายพลุดอกไม้ไฟ และไม่ได้มีการขอนุญาตผลิตและจำหน่ายพลุดอกไม้ไฟ เป็นเพียงช่างทำพลุดอกไม้ไฟใช้ในการประกอบงานประเพณีต่างๆเท่านั้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์และให้ความช่วยเหลือในการระงับเหตุไม่ให้เพลิงไหม้ลุกลาม ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจความเสียหายบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป รายละเอียดอยู่ระหว่างติดตามข้อมูลผลการสอบสวนโรคเพิ่มเติมจากทางพื้นที่</detail_source><count_injured>1</count_injured><type_injurey>ประชาชน</type_injurey><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based DDC</data_source><explode>ระเบิด</explode></row>
<row _id="41"><no>438</no><date>2023-11-24T00:00:00</date><province>ตราด</province><odpc>6</odpc><type_source>อุบัติเหตุขนส่ง</type_source><type_cause>น้ำมันเบนซิน</type_cause><place>การจราจร/ขนส่ง</place><detail_source>รถบรรทุกน้ำมัน 20,000 ลิตร พลิกคว่ำ น้ำมันรัวไหล คนขับเสียชีวิต จนท.ระดมรถน้ำฉีดน้ำเลี้ยงไม่ให้ระเบิด 

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 24 พฤศจิกายน ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 สถานีตำรวจภูธรจังหวัดตราด ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมัน 10 ล้อ เสียหลักพลิกคว่ำ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณหน้าสวนเติมศักดิ์ ถนนสุขุมวิท ขาเข้าเมืองตราด ต.เขาสมิง อ.เขาสมิง จ.ตราด หลังรับแจ้งจึงประสานกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานตำรวจ สภ.เขาสมิง และระดมดับเพลิงจาก อบต.แสนตุ้ง อบต.เขาสมิง และเทศบาลตำบลแสนตุ้ง สนับสนุนที่เกิดเหตุ</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>1</count_dead><type_dead>คนขับรถ</type_dead><data_source>Website: มติชนออนไลน์</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="42"><no>439</no><date>2023-11-28T00:00:00</date><province>เชียงใหม่</province><odpc>1</odpc><type_source>ระเบิด</type_source><type_cause>โพแทสเซียมคลอเรต</type_cause><place>บ้านพัก/ที่อยู่อาศัย</place><detail_source>วันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 เวลา 10.06 น. ทีมตระหนักรู้สถานการณ์ (SAT) สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากกลุ่มโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ พบเหตุการณ์สารเคมีระเบิดในสวนลำไย วันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 เวลาประมาณ 16.00 น. พื้นที่บ้านไชยงาม หมู่ที่ 9 ตำบลแม่แวน อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงเรือนเก็บสารเร่งดอกลำไย ลักษณะเป็นโรงเรือนชั้นเดียว แรงระเบิดส่งผลให้เกิดเสียงดังและมีควันไฟ ได้รับความเสียหายทั้งหลัง มีรายงานผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เพศหญิง จำนวน 2 ราย (สัญชาติไทย 1 ราย และสัญชาติเมียนมา 1 ราย) และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เพศชาย สัญชาติเมียนมา 1 ราย มีบาดแผลไฟไหม้ตามลำตัว เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลพร้าว พบว่าที่เกิดเหตุห่างจากตัวหมู่บ้านประมาณ 500 เมตร มีรถยนต์และทรัพย์สินในละแวกใกล้เคียงได้รับความเสียหาย จากการสอบถามเจ้าของสวนลำไย ทราบว่าทั้ง 3 เป็นคนงานภายในสวน กำลังผสมสารโพแทสเซียมและสารยูเรีย เพื่อเป็นสารตั้งต้นเร่งดอกลำไย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทีม EMS, SRRT, MCATT และคณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับอำเภอพร้าว ลงพื้นที่ประเมินเหตุการณ์ ประเมินสิ่งแวดล้อม คัดกรองประเมินสุขภาพจิตและช่วยเหลือเยียวยาสภาพจิตใจครอบครัวผู้ประสบเหตุ ผู้ได้รับผลกระทบ และให้ความรู้เรื่องการป้องกันสารเคมีเบื้องต้น รายละเอียดอยู่ระหว่างติดตามข้อมูล ผลการสอบสวนโรคเพิ่มเติมจากพื้นที่</detail_source><count_injured>1</count_injured><type_injurey>พนักงาน</type_injurey><count_dead>2</count_dead><type_dead>พนักงาน</type_dead><data_source>Event-based DDC</data_source><explode>ระเบิด</explode></row>
<row _id="43"><no>440</no><date>2023-11-29T00:00:00</date><province>กรุงเทพมหานคร</province><odpc>13</odpc><type_source>อุบัติเหตุขนส่ง</type_source><type_cause>LPG</type_cause><place>การจราจร/ขนส่ง</place><detail_source>เกิดเหตุระทึก! ไฟโหมลุกไหม้ รถบรรทุกแก๊ส บนถนนพระราม 3 เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เคลื่อนย้ายส่ง รพ.แล้ว
ศูนย์วิทยุพระราม 199 รายงาน ว่า เวลา 14.58 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้ รถบรรทุกถังแก๊ส บริเวณซอยพระรามที่ 3 ซอย 1 แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กทม. โดยเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยยานนาวา ถึงที่เกิดเหตุ ขณะนี้เพลิงสงบ เจ้าหน้าที่กำลังใช้น้ำระบายควานร้อน รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
โดยในที่เกิดเหตุมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย รับแจ้งจาก ศูนย์วิทยุพระนคร อาสาสมัครเคลื่อนย้ายส่ง รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ ต่อมาเวลา 14.58 น. เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยยานนาวา นำกำลังใช้น้ำจนสามารถควบคุมเพลิงได้จนเพลิงสงบและอยู่ระหว่างระบายควันและระบายความร้อน
จากการตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้นพบว่า แรงระเบิด และแสงเพลิง ส่งผลให้ บ้านเรือนที่อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ถูกแรงกระแทก กระจกแตก และพบ ซากถังแก๊สกระจัดกระจายเกลื่อนริมถนน รวมถึงมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป</detail_source><count_injured>2</count_injured><type_injurey>คนขับรถ</type_injurey><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>website:PPTV online</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="44"><no>441</no><date>2023-11-12T00:00:00</date><province>สมุทรปราการ</province><odpc>6</odpc><type_source>ไฟไหม้</type_source><type_cause>Ammonia</type_cause><place>โรงงาน</place><detail_source>วันที่ 11 ธันวาคม 2566 ทีม SAT ประจำสัปดาห์ สคร.6 ได้รับแจ้งจากงานโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กลุ่มโรคไม่ติดต่อ สคร.6 ชลบุรี ได้รับรายงานเกิดเหตุไฟไหม้ เมื่อเวลา 07:30 น. ที่ผ่านมา ในโรงงานแห่งหนึ่ง พื้นที่ ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ลักษณะเป็นโรงงานผลิตเกี่ยวกับ เคมีภัณฑ์ สิ่งทอและกระดาษ ประกอบธุรกิจประเภท การผลิต ให้บริการด้านการผลิตเคมีภัณฑ์อินทรีย์ขั้นมูลฐานอื่น ๆ โดยที่เกิดเหตุเป็นโกดังเก็บประจุ สารเคมี ไวไฟ สารแอมโมเนีย ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระดมรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุ โดย ทต.บางปู นำรถดับเพลิงจำนวน 7 คัน และหน่วยงาน อปท. มูลนิธิฯใกล้เคียงนำรถดับเพลิงเข้าร่วมระงับเหตุ เพลิงสงบเวลา 09.00 น. ทั้งนี้ ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต หรือได้รับผลกระทบ ข้อมูลเพิ่มเติม วันที่ 12 ธันวาคม 2566 เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกลุ่มงานอนามัย สิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย ร่วมกับสสอ.เมืองสมุทรปราการ เมืองสมุทรบางปูคลินิกเวชกรรมเครือข่าย รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้า อสม. ผู้นำชุมชน และกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลบางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการ ลงพื้นที่ติดตามเฝ้าระวัง อาการของผู้ได้รับผลกระทบในชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบโรงงาน ผลพบสารเคมี 2 Ethy Hexyl Acrylate (2EHA), Acrylic acid (A.A), ALMA, Methacrylic (M.A.A) และสารเคมีที่เป็นพิษ และอาจก่อมะเร็ง คือ Acrylamide 50 % โดยชุมชนมีบ้านเรือนทั้งหมด จำนวน 8 หลังคาเรือน ประชาชนทั้งหมด จำนวน 20 คน รวมผู้สูงอายุ จำนวน 3 คน และเด็กเล็ก 1 คน การคัดกรองสุขภาพโดยใช้แบบสอบถามประชาชนผู้สัมผัสควันเหตุเพลิงไหม้ โดยแพทย์ อาชีวเวชศาสตร์ โรงพยาบาลสมุทรปราการ (จัดทำแบบคัดกรอง / Google form โดย สสจ.สมุทรปราการ) ผลคัดกรองสุขภาพประชาชนผู้สัมผัสกลิ่นควัน/สารเคมี จำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 12 ราย ช่วงอายุ 11 - 61 ปี มีอาการดังนี้ 1) ได้กลิ่นเหม็น จำนวน 11 ราย 2) เวียนศีรษะ จำนวน 5 ราย 3) น้ำมูก จำนวน 3 ราย 4) ไอ จำนวน 2 ราย 5) แสบตา จำนวน 2 ราย 6) ผื่นคัน จำนวน 1 ราย 7) หายใจเร็ว จำนวน 1 ราย 8) แน่นหน้าอก จำนวน 1 ราย</detail_source><count_injured>12</count_injured><type_injurey>ประชาชน</type_injurey><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based DDC</data_source><explode>ระเบิด</explode></row>
<row _id="45"><no>442</no><date>2023-12-15T00:00:00</date><province>สระบุรี</province><odpc>4</odpc><type_source>ไฟไหม้</type_source><type_cause>วัสดุรีไซเคิล</type_cause><place>โกดัง</place><detail_source>เมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ (15 ธันวาคม 2566) เกิดเหตุไฟไหม้โรงงานรีไซเคิล ในอำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี ส่งผลให้เปลวเพลิงโหมไหม้อาคาร ภายในโรงงานรีไซเคิล ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ อย่างรุนแรงมาแล้วราวๆ 4-5 ชั่วโมง จนกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นท้องฟ้ากระจายไปทั่วบริเวณ สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในระยะหลายกิโลเมตร
ล่าสุดเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานทั้งฝ่ายปกครอง และมูลนิธิต่างๆ ระดมรถน้ำและรถดับเพลิงรวมเกือบ 40 คัน
มาช่วยกันฉีดน้ำจากทุกทิศทางที่จะสามารถเข้าไปได้ และให้เครื่องหาบหามสูบน้ำจากทุ่งนาและบ่อน้ำรอบๆ โกดัง ไปใช้ฉีดดับเพลิง
แม้ไฟยังไม่ดับสนิท แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าสามารถควบคุมเพลิงในวงกำจัดได้แล้ว ซึ่งยังต้องระดมฉีดน้ำกันต่ออีกสักระยะเพื่อให้มั่นใจว่าเพลิงจะไม่กลับมาลุกไหม้อีกครั้ง
จากการสอบถาม นางสาวอศิรวรรณ เพาะพืช นายอำเภอวิหารแดง จีงหวัดสระบุรี บอกว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นโรงงานดังกล่าว ภายในลักษณะเป็นโกดังเก็บของ มีทั้งพลาสติก ไม้ และเศษผ้า เพื่อขนส่งออกไปขายต่อที่อื่น
โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทราบเบื้องต้นว่ามีแก๊สระเบิด จากนั้นเพลิงก็ลุกลาม อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แท้จริงยังต้องรอผลพิสูจน์หลักฐาน เพราะลักษณะโรงงานเป็นเพียงโกดังเก็บของ ยังไม่ชัดเจนว่ามีการใช้แก๊สในกระบวนการไหน และแก๊สระเบิดได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม โรงงานแห่งนี้เพิ่งเกิดเพลิงไหม้ไปเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา แต่ครั้งนั้นจากการสอบสวนพบว่าสาเหตุมาจากฟ้าผ่า

สำหรับผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ พบว่า บาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย โดยหนึ่งในนั้นเป็นเจ้าของโรงงาน และทั้งคู่อาการปลอดภัยแล้ว

ด้าน นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ระบุว่า โรงงานนี้มีใบอนุญาตประกอบกิจการถูกต้อง แต่เป็นช่วงที่ใบอนุญาตกำลังจะหมดอายุและอยู่ระหว่างการขอต่อใบอนุญาตพอดี

ซึ่งจะต้องให้ฝ่ายปกครองพิจารณาว่าจะต่อใบอนุญาตให้หรือไม่ เนื่องจากเป็นการเกิดเหตุเพลิงไหม้ซ้ำครั้งที่ 2 แล้ว โดยจะพิจารณาสาเหตุของเพลิงไหม้ว่าโรงงานปล่อยให้เกิดขึ้นได้อย่างไร มีระบบความปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งหากเกิดจากความประมาท หรือการมีระบบรักษาความปลอดภัยรองรับไม่ดีพอ อาจจะส่งผลต่อการขอใบอนุญาตต่อได้</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>website:PPTV online</data_source><explode>ระเบิด</explode></row>
<row _id="46"><no>443</no><date>2023-12-15T00:00:00</date><province>ระยอง</province><odpc>6</odpc><type_source>ไฟไหม้</type_source><type_cause>Ammonia</type_cause><place>โกดัง</place><detail_source>วันที่ 16 ธันวาคม 2566 ทีม SAT สคร.6 ชลบุรี ได้รับแจ้งจาก งานโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม พบเหตุการณ์ไฟไหม้โกดังแห่งหนึ่ง จากการตรวจสอบข้อมูลจากทางพื้นที่ พบว่า เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2566 เวลา 21.30 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นโกดังเก็บสารแอมโมเนียและสินค้าอีกหลายชนิด ตั้งอยู่ที่ ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง จ.ระยอง เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทุ่งควายกิน และพื้นที่ใกล้เคียง เข้าสกัดเพลิงที่เกิดเหตุพบไฟกำลังลุกไหม้โกดัง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ ขณะเกิดเหตุ ฉีดน้ำดับเพลิงได้กลิ่นแอมโมเนียรุนแรง หลังดับเพลิงสงบแล้ว ค้นหาไม่พบอุปกรณ์ใส่แอมโมเนีย ทั้งนี้ ไม่ได้รับรายงานยอดผู้ได้รับผลกระทบและไม่มีผู้เสียชีวิต</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>Event-based DDC</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
<row _id="47"><no>444</no><date>2023-12-28T00:00:00</date><province>กรุงเทพมหานคร</province><odpc>13</odpc><type_source>อุบัติเหตุขนส่ง</type_source><type_cause>น้ำมันไม่ทราบชนิด</type_cause><place>การจราจร/ขนส่ง</place><detail_source>วันที่ 28 ธันวาคม 2566 เมื่อเวลา 05.30 น. ตำรวจทางหลวง รายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมันพลิกคว่ำ ทล.7 (ถนนมอเตอร์เวย์ กรุงเทพ-มาบตาพุด) กม.9+100 ขาเข้า กทม. กีดขวางการจราจร 4 ช่องทาง ทำให้การจราจรหนาแน่นรถติดท้ายแถว 8 กิโลเมตร นอกจากนั้นยังเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน รถกระบะชนท้ายกัน

เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ได้ทำการเคลื่อนย้ายรถออกจากที่เกิดเหตุ และ ได้ทำการเปิดการจราจรได้ 2 ช่องทางทางขวา</detail_source><count_injured>0</count_injured><type_injurey xsi:nil="true" /><count_dead>0</count_dead><type_dead xsi:nil="true" /><data_source>website:ข่าวออนไลน์7HD</data_source><explode>ไม่ระเบิด</explode></row>
</data>
